ผลสำรวจทางธุรกิจที่เปิดเผยในวันนี้ (1 เม.ย.) บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของเยอรมนีในเดือนมี.ค. ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี แม้ภาพรวมจะยังคงหดตัว แต่ก็ถือเป็นสัญญาณบวกแรก ๆ ของการฟื้นตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของเยอรมนี ซึ่งจัดทำโดย HCOB และรวบรวมข้อมูลโดย S&P Global ประจำเดือนมี.ค. ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 48.3 จาก 46.5 ในเดือนก.พ. ถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนส.ค. 2565
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการปรับตัวดีขึ้นครั้งนี้ คือยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยได้แรงส่งจากยอดขายในประเทศที่ดีขึ้น และการที่ภาคธุรกิจเริ่มกลับมาสั่งซื้อเพื่อสะสมสินค้าคงคลังอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าขั้นกลางที่การผลิตเติบโตแข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การปรับตัวดีขึ้นครั้งนี้อาจมีปัจจัยพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ความเป็นไปได้ที่ผู้นำเข้าในสหรัฐฯ อาจเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีที่อาจมีการประกาศใช้ในอนาคต
แม้ภาพรวมการผลิตจะดีขึ้น แต่ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นความแตกต่างในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมย่อย โดยการผลิตสินค้าเพื่อการลงทุนยังคงทรงตัว ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคกลับปรับตัวลดลงเล็กน้อย
เมื่อมองไปข้างหน้า ผู้ผลิตในเยอรมนีมีมุมมองต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคตที่สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเดือนมี.ค. แตะระดับบวกมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากแผนการใช้จ่ายของภาครัฐที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้