ผลสำรวจทางธุรกิจที่เปิดเผยในวันนี้ (2 เม.ย.) บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของอินเดียในเดือนมี.ค. ขยายตัวมากที่สุดในรอบ 8 เดือน โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการซื้อสินค้าภายในประเทศที่แข็งแกร่ง
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของอินเดีย ซึ่งจัดทำโดย HSBC และรวบรวมข้อมูลโดย S&P Global พุ่งขึ้นแตะระดับ 58.1 ในเดือนมี.ค. จาก 56.3 ในเดือนก.พ. สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เบื้องต้นที่ 57.6
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นจากตัวเลขคำสั่งซื้อใหม่และยอดการผลิตโดยรวมที่ต่างก็เร่งตัวขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว นับเป็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังจากที่กิจกรรมการผลิตเคยชะลอตัวลงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการบริโภคภายในประเทศเป็นสำคัญ เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกกลับขยายตัวในอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าอุปสงค์จากทั่วโลกยังคงซบเซา
แม้กิจกรรมการผลิตจะคึกคัก แต่โรงงานต่าง ๆ กลับขึ้นราคาสินค้าในอัตราที่ชะลอตัวลงมากที่สุดในรอบ 1 ปี สวนทางกับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 เดือน
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อินเดียจาก HSBC ให้ความเห็นว่า อุปสงค์ที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องนำสินค้าในสต๊อกออกมาจำหน่าย ส่งผลให้สต๊อกสินค้าสำเร็จรูปลดลงเร็วที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่มุมมองต่อแนวโน้มธุรกิจในอนาคตยังคงเป็นบวก
ผลสำรวจพบว่าราว 30% ของผู้ประกอบการคาดว่าผลผลิตจะสูงขึ้นในปีหน้า มีเพียงไม่ถึง 2% ที่คาดว่าจะลดลง ความเชื่อมั่นดังกล่าวส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ยังคงมีการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อย
การชะลอตัวของการขึ้นราคาสินค้าของผู้ผลิตนี้ สอดคล้องกับภาพรวมเงินเฟ้อของอินเดีย โดยก่อนหน้านี้อัตราเงินเฟ้อค้าปลีกทั่วไปได้ปรับลดลงต่ำกว่าเป้าหมายระยะกลาง 4% ของธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนเมื่อเดือนก.พ. ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์ตลาดคาดการณ์ว่า RBI อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 9 เม.ย.