ผลสำรวจที่เปิดเผยในวันนี้ (3 เม.ย.) บ่งชี้ว่า ภาคบริการของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ ยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนมี.ค. ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2568 เป็นไตรมาสที่ภาคบริการอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของฝรั่งเศส ซึ่งจัดทำโดย HCOB และรวบรวมข้อมูลโดย S&P Global ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 47.9 ในเดือนมี.ค. จาก 45.3 ในเดือนก.พ. ดีกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 46.6 และแสดงให้เห็นว่าอัตราการหดตัวเริ่มชะลอลง
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
ปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งภาคบริการคืออุปสงค์ที่อ่อนแอลง โดยยอดคำสั่งซื้อใหม่ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 เช่นกัน ส่งผลให้ปริมาณงานที่ยังไม่ส่งมอบลดลงตามไปด้วย สถานการณ์นี้ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องปรับลดจำนวนพนักงานลง แม้ว่าอัตราการเลิกจ้างในเดือนมี.ค.จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก.พ.ก็ตาม
ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นสุดท้ายของฝรั่งเศสก็ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 48.0 ในเดือนมี.ค. จาก 45.1 ในเดือนก.พ. และดีกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 47.0 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงบ่งชี้ถึงการหดตัวในระดับปานกลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคเอกชน
ส่วนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีสัญญาณผ่อนคลายลง โดยต้นทุนปัจจัยการผลิต ซึ่งรวมถึงต้นทุนค่าจ้างแรงงาน เพิ่มขึ้นช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.
สำหรับแนวโน้มในอนาคตนั้น ผู้ประกอบการในภาคบริการยังคงมองภาพรวมค่อนข้างซบเซา โดยระดับความเชื่อมั่นเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้า แม้จะยังคงอยู่เหนือระดับ 50.0 แต่ก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว ซึ่งสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และอุปสงค์ที่ยังคงอ่อนแอทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี บางบริษัทยังมีความหวังอยู่บ้างว่าธนาคารกลางฝรั่งเศสอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในอนาคต ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้