คำกล่าวของเขามีขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ประกาศยกเลิกเพดานการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนฟรังก์สวิสเมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.20 ฟรังก์สวิส พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ -0.75% จาก -0.25%
ทั้งนี้ ค่าเงินฟรังก์สวิสพุ่งขึ้นเกือบ 30% เพียงไม่กี่นาทีหลังการประกาศดังกล่าว โดยดีดตัวแตะ 0.8052 ฟรังก์สวิสต่อยูโร หลังจากที่ SNB ประกาศยกเลิกมาตรการดังกล่าวที่มีการกำหนดขึ้นในวันที่ 6 ก.ย. 2011 เพื่อควบคุมค่าเงินฟรังก์สวิสในขณะนั้นไม่ให้แข็งค่ามากเกินไปเมื่อเทียบกับยูโร รวมทั้งไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศถดถอย และตกอยู่ในภาวะเงินฝืด
ทางด้านนายคริสเตียน เลฟแรท หัวหน้าพรรคโซเชียล เดโมแครต ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายของสวิส กล่าวโจมตีนโยบายของ SNB ในวันนี้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อการจ้างงานจำนวนหลายหมื่นตำแหน่งของชาวสวิส
ส่วนนายอิเปค ออซคาร์เดสคายา นักวิเคราะห์จากสวิสโค้ท ระบุว่า SNB อาจตัดสินใจดังกล่าว หลังจากที่ต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินฟรังก์สวิสอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเพื่อปกป้องระดับ 1.20 ฟรังก์สวิสที่มีการกำหนดไว้
ตลาดหุ้นยุโรป และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดิ่งลงในวันนี้จากการประกาศของ SNB โดยดัชนี FTSEurofirst 300 ร่วงลงกว่า 2% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมันดิ่งแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนเยนและราคาทองดีดตัวขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนที่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ตลาดหุ้นสวิตเซอร์แลนด์ทรุดตัวลงในวันนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ จากการที่นักลงทุนวิตกต่อผลกระทบหลังจากที่ SNB ประกาศยกเลิกเพดานการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนฟรังก์สวิสเมื่อเทียบกับยูโร
ดัชนี SMI ของตลาดหุ้นสวิสดิ่งลงถึง 10% ในวันนี้ ขณะที่หุ้นชั้นนำต่างร่วงลง 11-15% ส่งผลให้ตลาดอาจทำสถิติปรับตัวลงมากที่สุดภายใน 1 วันในรอบ 25 ปี