World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ข่าวเศรษฐกิจ Monday February 28, 2022 09:22 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้สั่งการให้กองกำลังป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Deterrent Forces) เตรียมพร้อมในระดับสูงสุด หลังจากบรรดาชาติพันธมิตรขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ส่งสัญญาณอันแข็งกร้าวว่าจะตอบโต้รัสเซีย ซึ่งรวมถึงการตอบโต้ด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หลังจากที่รัสเซียตัดสินใจบุกยูเครน

ปธน.ปูตินได้ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซียวานนี้ว่า "ท่านได้เห็นแล้วว่า ไม่เพียงแต่ชาติตะวันตกเท่านั้นที่ใช้มาตรการที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซียโดยเฉพาะมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของนาโตยังได้ใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวทุกครั้งที่กล่าวถึงรัสเซีย"

-- ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์และตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่ารัสเซียอาจจะถูกคว่ำบาตรเพิ่มอีก หลังจากที่ปธน.ปูตินสั่งการให้กองกำลังป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Deterrent Forces) เตรียมพร้อมในระดับสูงสุด หลังจากบรรดาชาติพันธมิตรขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ส่งสัญญาณอันแข็งกร้าวว่าจะตอบโต้รัสเซีย ซึ่งรวมถึงการตอบโต้ด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หลังจากที่รัสเซียตัดสินใจบุกยูเครน

ทั้งนี้ ณ เวลา 07.13 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 517 จุด หรือ -1.52% แตะที่ 33,477 จุด

-- ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นกว่า 5% ขณะที่ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 1.3% ในช่วงเช้านี้ หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้สั่งการให้กองกำลังป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Deterrent Forces) เตรียมพร้อมในระดับสูงสุด เพื่อรับมือกับบรรดาชาติพันธมิตรขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ส่งสัญญาณอันแข็งกร้าวว่าจะตอบโต้รัสเซีย หลังจากที่รัสเซียตัดสินใจบุกยูเครน

ณ เวลา 07.19 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 4.95 ดอลลาร์ หรือ 5.4% แตะที่ 96.54 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 24.80 ดอลลาร์ หรือ 1.31% แตะที่ 1,912.40 ดอลลาร์/ออนซ์

-- สหรัฐพร้อมด้วยชาติพันธมิตรแห่งโลกตะวันตก เห็นพ้องกันที่จะตัดธนาคารรัสเซียบางแห่งออกจากระบบ SWIFT ซึ่งเป็นตัวกลางสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศ ซึ่งจะทำให้รัสเซียได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างหนัก

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ชาติพันธมิตรตะวันตก ได้แก่ คณะกรรมาธิการยุโรป (EU) ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐ ร่วมกันออกแถลงการณ์วานนี้ (26 ก.พ.) ว่า "การดำเนินการเหล่านี้จะเป็นการสร้างหลักประกันว่า ธนาคารรัสเซียจะถูกตัดออกจากระบบการเงินสากล ส่งผลให้ไม่สามารถทำธุรกรรมในระดับโลกได้"

การตัดรัสเซียออกจากระบบ SWIFT หรือสมาคมโทรคมนาคมทางการเงินโลก จะทำให้ธนาคารในรัสเซียไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารของประเทศอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยก่อนหน้านี้ในปี 2557 อิหร่านเคยถูกตัดออกจากระบบ SWIFT มาแล้ว หลังจากที่เดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์

-- สหภาพยุโรป (EU) ประกาศดำเนินการรอบใหม่เพื่อตอบโต้กรณีรัสเซียรุกรานยูเครน ซึ่งรวมถึงการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ EU ใช้มาตรการดังกล่าว

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีเปิดเผยถ้อยคำของนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ว่า EU จะออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินรัสเซียบินเข้าดินแดน EU หลังเพิ่งประกาศมาตรการคว่ำบาตรไปในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้

นางฟอน เดอร์ เลเยนระบุว่า EU จะคว่ำบาตรสื่อของรัฐบาลรัสเซียเช่น "รัสเซีย ทูเดย์" และ "สปุตนิก" ออกจากเครือข่ายการแพร่ภาพออกอากาศข่าวสารของ EU พร้อมกับกล่าวว่า "เรากำลังหาหนทางคว่ำบาตรการบิดเบือนข้อมูลที่เป็นพิษและเป็นภัยคุกคามในยุโรป"

-- สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ในช่วงเย็นของวันอาทิตย์ (27 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้นำยูเครนเปิดเผยว่า เขาเชื่อว่าอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับยูเครน ขณะที่การต่อสู้ยังคงทวีความรุนแรงทั่วประเทศ

โฆษกรัฐบาลอังกฤษ เปิดเผยว่า ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ นายจอห์นสันได้กล่าวชมภาวะผู้นำของปธน.เซเลนสกี ที่แสดงออกอย่างกล้าหาญนับตั้งแต่ที่รัสเซียเปิดฉากบุก พร้อมให้คำมั่นว่า อังกฤษจะทำทุกวิถีทางเพื่อส่งความช่วยเหลือในด้านการป้องกันประเทศจากทั้งอังกฤษเองและชาติพันธมิตรให้ถึงมือยูเครนอย่างแน่นอน

-- ตลาดการเงินทั่วโลกจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในวันที่ 2-3 มี.ค. โดยอาจเป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินต่อสาธารณะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เฟดจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 มี.ค.

ทั้งนี้ นายพาวเวลจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันที่ 2 มี.ค. และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันที่ 3 มี.ค. โดยการแถลงทั้งสองวันจะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ โดยญี่ปุ่นมีกำหนดเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.และยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ขณะที่ออสเตรเลียเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ทางด้านสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนม.ค. และดัชนีการผลิตเดือนก.พ.จากเฟดดัลลัส


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ