บริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงกว่าคาดในไตรมาส 4 ปีงบการเงิน 2568 ของบริษัท ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2569 ที่สูงเกินคาด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569
อินวิเดียเปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้ในไตรมาส 4 ของปีงบการเงิน 2568 เพิ่มขึ้น 78% แตะระดับ 3.933 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของแอลเอสอีจี (LSEG) คาดการณ์ไว้ที่ 3.805 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 89 เซนต์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 84 เซนต์
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า อินวิเดียคาดการณ์ว่า บริษัทจะมีรายได้ในไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2569 อยู่ที่ระดับ 4.30 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.178 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่ารายได้ในไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2569 จะเพิ่มขึ้นราว 65% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ของปีงบการเงิน 2568 ที่พุ่งขึ้น 262%
โคเลตต์ เครส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของอินวิเดียกล่าวว่า บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายชิปแบล็คเวลล์ (Blackwell) ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นใหม่ จะพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2569
อินวิเดียระบุว่า รายได้จากชิปแบล็คเวลล์ในไตรมาส 4 ของปีงบการเงิน 2568 อยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินวิเดียกล่าวในแถลงการณ์ว่า อุปสงค์ชิปแบล็คเวลล์อยู่ในระดับที่ "น่าทึ่ง" ขณะที่เครสกล่าวถึงชิปแบล็คเวลล์ว่าเป็น "ผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเรา"
"ยอดขายชิปแบล็คเวลล์ได้แรงหนุนจากบรรดาผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของรายได้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของเรา" เครสกล่าวในแถลงการณ์