มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เปิดเผยว่า รัฐบาลของเขาจะพิจารณาทางเลือกที่เป็นไปได้ในการตอบโต้มาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ พร้อมประกาศจะตั้งกองทุนสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ
คาร์นีย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินสายหาเสียงเลือกตั้งให้กับพรรคพรรคเสรีนิยมซึ่งเขาเป็นหัวหน้าพรรค ประกาศว่า ภาษีเหล่านี้เป็น "การโจมตีโดยตรง" ต่อแรงงานชาวแคนาดา
"เราคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้นี้ไว้แล้ว เราจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของแรงงานชาวแคนาดา เราจะยืนหยัดเพื่อแคนาดา เราจะสามัคคีกัน" นายกฯ แคนาดากล่าว
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน คาร์นีย์เพิ่งประกาศว่า เขาจะจัดตั้งกองทุนสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศเพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ทรัมป์จะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเก็บภาษี 25% สำหรับรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.
คาร์นีย์กล่าวว่า "กองทุนตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์" วงเงิน 2 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะถูกใช้เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ปกป้องงานด้านการผลิต ช่วยให้คนงานมีความเชี่ยวชาญและสร้าง "ห่วงโซ่อุปทานของแคนาดาที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
โดยปกติแล้ว ในการผลิตรถยนต์จะต้องมีการนำเข้าชิ้นส่วน ดังนั้นหากภาษีศุลกากรและภาษีตอบโต้มีผลบังคับใช้ก็จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาร์นีย์มองว่าเป็น "จุดอ่อนใหญ่" และให้คำมั่นว่าจะสร้างเครือข่าย "การผลิตครบวงจรในแคนาดา" เพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการขนส่งข้ามพรมแดนในกระบวนการผลิต
"ในโลกใหม่นี้ นี่จะเป็นข้อได้เปรียบ จะช่วยป้องกันเราจากภัยคุกคามด้านการค้าของปธน.ทรัมป์ และทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น" นายกฯ แคนาดากล่าว พร้อมทั้งระบุด้วยว้า หากได้รับเลือกตั้งในวันที่ 28 เม.ย. รัฐบาลของเขาจะให้ความสำคัญมากขึ้นกับการจัดซื้อยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ