ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในวันพุธ (2 เม.ย.) ตามที่ได้วางแผนไว้ และจะมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งเป็นความพยายามที่จะลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า "การที่เราไม่ได้ใช้มาตรการต่างตอบแทนนั้นส่งผลให้เราขาดดุลการค้ามหาศาลทุกปีและต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ของเรา และกระทบต่อแรงงานที่สำคัญ แต่วันเหล่านั้นที่อเมริกาถูกเอาเปรียบกำลังจะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้"
นอกจากนี้ เลวิตต์ยืนยันว่าการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม 25% สำหรับรถยนต์ทุกคันที่ผลิตนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น จะมีผลบังคับใช้ตามแผนในวันพฤหัสบดี
ทั้งนี้ เลวิตต์กล่าวโทษหลายประเทศที่ปิดตลาดของตนเองเพื่อกีดกันการส่งออกของสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม และเธอคิดว่าภาษีศุลกากรที่มุ่งเป้าไปที่สินค้าจากทั่วโลกนั้น "จะมีผลบังคับใช้ทันที"
ทำเนียบขาวระบุว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ในเวลา 16.00 น. ของวันพุธ ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย) ซึ่งปธน.ทรัมป์เรียกวันดังกล่าวว่า "วันแห่งการปลดปล่อย" โดยการประกาศจะมีขึ้นในงานที่มีชื่อว่า "Make America Wealthy Again" ณ โรส การ์เดน ในทำเนียบขาว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบเกี่ยวกับขนาดและขอบเขตของกำแพงภาษีศุลกากร แต่ปธน.ทรัมป์กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าตามแผนของเขานั้น ไม่จำเป็นต้องเท่ากับอัตราภาษีที่ประเทศอื่น ๆ เรียกเก็บกับสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราภาษีเหล่านี้จะต่ำกว่าที่เขาประกาศในตอนแรกมาก
ทางด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวันอังคารว่า ฝ่ายบริหารของปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีศุลกากรประมาณ 20% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี เลวิตต์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของภาษีศุลกากรก่อนการประกาศของทรัมป์