สื่อรายงานเมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า วอลมาร์ท (Walmart) บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ยังคงกดดันซัพพลายเออร์ในจีนให้ลดราคาสินค้าลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อชดเชยผลกระทบด้านต้นทุนจากมาตรการกำแพงภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กับสินค้าจีน
รายงานระบุว่า ผู้ผลิตจีนบางรายกำลังเผชิญความยากลำบากในการทำตามข้อเรียกร้องของวอลมาร์ท ที่ต้องการให้ลดราคาลงมากถึง 10% ในบางกรณี เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีนำเข้าในแต่ละรอบ
แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้ทางการจีนเข้ามาจับตา โดยมีรายงานว่าเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลจีนได้เข้าพบหารือกับตัวแทนของวอลมาร์ท เกี่ยวกับประเด็นที่บริษัทค้าปลีกสัญชาติอเมริกันแห่งนี้ร้องขอให้ซัพพลายเออร์จีนช่วยแบกรับภาระต้นทุนจากกำแพงภาษีด้วยการลดราคาสินค้า
ทั้งนี้ แม้วอลมาร์ทจะพยายามกระจายหาแหล่งผลิตสินค้าอื่น ๆ เพื่อลดการพึ่งพาจีนนับตั้งแต่มาตรการกำแพงภาษีในสมัยรัฐบาลทรัมป์หนึ่ง แต่จีนก็ยังคงเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เสื้อผ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้า (เช่น โทรทัศน์แบรนด์ Onn ของวอลมาร์ทเอง), ของเล่น (เช่น สินค้าจาก Mattel) และรองเท้า (รวมถึงแบรนด์ Reebok) ซึ่งยังคงนำเข้าจากจีนเป็นจำนวนมาก