โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ และมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนแห่ถือครองเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดว่า เงินเยนจะแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 140 เยนเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ในปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสถดถอยมากขึ้น โดยตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวหมายความว่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นมากถึง 7% จากระดับปัจจุบัน
การคาดการณ์ดังกล่าวของโกลด์แมน แซคส์ มีขึ้นในขณะที่ปธน.ทรัมป์เตรียมประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในวันพุธ (2 เม.ย.) เวลา 16.00 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย) ขณะที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้แสดงความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอยเป็น 35% จากเดิม 20% พร้อมกับปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P500 ในช่วงสิ้นปี 2568 ลงสู่ระดับ 5,700 จุด นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะปรับลด 2 ครั้ง โดยระบุว่ามาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้จะส่งผลให้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2568 ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) จะอยู่ที่ระดับ 3.5% และคาดว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.5%