หลุยส์ เดอ กินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในวันนี้ (3 เม.ย.) ว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้ ECB ต้องใช้ความรอบคอบอย่างสูง เนื่องจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงไปได้ในสองทิศทางทั้งขาขึ้นและขาลง
เดอ กินโดสแสดงความเห็นในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุม Chief Executives Forum ซึ่งจัดโดยสหพันธ์นักบัญชีระหว่างประเทศ (IFA) ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการค้าที่หยุดชะงัก รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน เขากล่าวว่า ความต้องการสินค้าส่งออกจากยูโรโซนที่ลดลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากผลกระทบของภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจ โดยกดดันอุปสงค์ และจะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในวันพุธ (2 เม.ย.) เพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariffs) โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ
ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า จะมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ ในขณะที่จะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรป (EU) ที่จะถูกเรียกเก็บในอัตรา 20%