นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป (Citi) ระบุว่า จีนอาจเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นการบริโภคในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจากการกำหนดภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) และภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariff) เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) โดยภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ ขึ้นอยู่กับการตั้งกำแพงภาษีของประเทศนั้น ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. โดยจีนถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ในอัตรา 34% ขณะที่ภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะอยู่ที่ระดับ 10% เท่ากันทุกประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย.
ซิตี้กรุ๊ปมีมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทจีนที่มีการพึ่งพาตลาดต่างประเทศน้อย และยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทที่มีคุณภาพสูงในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (consumer discretionary)
นักวิเคราะห์ระบุว่า มาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาลจีนจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยในจีนมากที่สุด และเชื่อว่า บรรดานักลงทุนจะเริ่มให้ความสนใจกับหุ้นของบริษัทจีนที่มุ่งเน้นตลาดภายในประเทศมากขึ้น เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศ
ทั้งนี้ ซิตี้กรุ๊ปแนะนำลงทุนหุ้นเด่นในกลุ่มคอนซูเมอร์ของจีน ได้แก่ Anta, Haidilao, Chow Tai Fook Jewellery Group และ Atour Lifestyle