จีนไม่ยอมรับฟิทช์ลดอันดับความน่าเชื่อถือ ชี้อคติ

ข่าวเศรษฐกิจ Friday April 4, 2025 13:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กระทรวงการคลังจีนออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังและไม่ยอมรับการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของจีนโดยฟิทช์ เรทติ้งส์ ชี้การดาวน์เกรดจีนสะท้อนอคติ เมื่อพิจารณาจากการที่เศรษฐกิจจีนขยายตัวดีเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ทั้งยังมีศักยภาพเติบโตต่อ

แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังจีนมีขึ้นวานนี้ (3 เม.ย.) หลังจากที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (International Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating - IDR) ของจีนลง 1 ขั้น สู่ระดับ 'A' จากระดับ 'A+' โดยเตือนถึงความเสี่ยงหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผลกระทบจากภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการคลังจีนระบุในแถลงการณ์ว่า ฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิตจีนทั้งที่รับทราบจากการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับฝ่ายจีนอยู่แล้วว่า จีนมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และมีความสำคัญในการค้าโลก พร้อมเสริมว่าการปรับลดอันดับเครดิตดังกล่าวมีความลำเอียง และไม่ได้สะท้อนสถานการณ์ในจีนอย่างครบถ้วนและตามความเป็นจริง

กระทรวงยังโต้แย้งด้วยว่า การเติบโตของ GDP จีนที่ 5% ในปี 2567 ถือเป็นอัตราที่ดีที่สุดในกลุ่มเศรษฐกิจหลักของโลก และปัจจุบันจีนกำลังสร้างข้อได้เปรียบเพิ่มเติมจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี บุคลากร และทุน นอกจากนี้ กระทรวงยังชี้ว่าภาคเศรษฐกิจเกิดใหม่ของจีน การขยายตัวของเมือง และการปฏิรูปโดยอิงตามตลาด สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตต่อไปในอนาคต อีกทั้งตั้งแต่ต้นปีมานี้ นโยบายมหภาคต่าง ๆ ยังคงสร้างแรงกระเพื่อม โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตดี และคุณภาพการพัฒนาก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจีนยังระบุถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกที่ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2568 ขณะเดียวกัน สหประชาชาติ (UN) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ยังคาดการณ์ว่าการเติบโตของ GDP จีนในปีนี้จะสูงกว่า 4.5% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายการเติบโตประมาณ 5% ที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้

ทั้งนี้ ฟิทช์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของจีน พร้อมคาดการณ์ด้วยว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.4% ในปีนี้ จาก 5.0% ในปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากจากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่อ่อนแอ และความเสี่ยงจากภายนอกที่เพิ่มขึ้น โดยฟิทช์ระบุว่า จีนอาจจะเพิ่มการใช้จ่ายขึ้นอย่างมากเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและรับมือกับแรงกดดันเงินฝืด ท่ามกลางอัตราภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการส่งออกของประเทศ

การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของจีนมีขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมปื ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากบรรดาประเทศคู่ค้าเป็นวงกว้าง โดยจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ