สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 เม.ย.) เนื่องจากรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับยารักษาโรคโควิด-19 และการที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งนั้น ทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และส่งผลให้สัญญาทองคำปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 8.8 ดอลลาร์ หรือ 0.51% ปิดที่ 1,713.4 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.3 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 15.315 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 4 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 799.6 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 38.70 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 1917.40 ดอลลาร์/ออนซ์
นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากบริษัท Gilead Sciences แถลงเมื่อวานนี้ว่า ทางบริษัทได้รับข้อมูลที่น่าพึงพอใจในการใช้ยา remdesivir ซึ่งเป็นยาแอนตี้ไวรัสของบริษัท ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19
ทั้งนี้ Gilead ระบุว่า ผลการศึกษาการใช้ยา remdesivir ซึ่งทางบริษัทดำเนินการร่วมกับสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติ มีผลการรักษาเป็นไปตามเป้าหมายในเบื้องต้น โดยผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนอย่างน้อย 50% ที่ได้รับยา remdesivir เป็นเวลา 5 วัน มีอาการดีขึ้น และผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 50% ที่ได้รับยา remdesivir สามารถออกจากโรงพยาบาลภายในเวลา 2 สัปดาห์
นอกจากนี้ การที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุม