สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างสหรัฐและจีนได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศนโยบายฉบับใหม่ที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ เนื่องจากไม่พอใจที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.5 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิดที่ 1,728.3 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 21 เซนต์ หรือ 1.18% ปิดที่ 17.967 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 10 ดอลลาร์ หรือ 1.14% ปิดที่ 868.1 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 31.90 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 1.946.50 ดอลลาร์/ออนซ์
นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า เขาจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ หลังจากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีมติเห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง
"การกระทำดังกล่าวของจีนเท่ากับเป็นการปล้นเสรีภาพของชาวฮ่องกง เราไม่สามารถหลับหูหลับตาให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ และเราจำเป็นต้องจัดการกับเรื่องนี้ ชาวฮ่องกงไม่ควรถูกปฏิบัติจากจีนแบบเดิมๆ อีกต่อไป" ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายว่า "จีนทำผิดอย่างมหันต์"
นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนยังส่งสัญญาณบานปลาย หลังจากสื่อต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐมีแผนที่จะยกเลิกวีซ่าของนักวิจัยของจีน รวมทั้งนักศึกษาจีนจำนวนหลายพันคนที่จบการศึกษาในสหรัฐ และมีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยของจีนที่มีความสัมพันธ์กับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)
การดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาจีนจำนวน 3,000-5,000 คนจากทั้งหมดที่กำลังศึกษาในสหรัฐจำนวน 360,000 คน ซึ่งนักศึกษาจีนที่ถูกยกเลิกวีซ่าจะต้องเดินทางกลับประเทศ และผู้ที่อาศัยอยู่นอกสหรัฐจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสหรัฐ