สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (26 ก.พ.) หลังมีรายงานเมื่อวันอังคาร (25 ก.พ.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดง
สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 5.90 เซนต์ หรือ +1.30% ปิดที่ 4.5865 ดอลลาร์/ปอนด์
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ลงนามคำสั่งดังกล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว ร่วมกับโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเขากล่าวว่า คำสั่งนี้จะสร้าง "ผลกระทบครั้งใหญ่"
การสอบสวนจะดำเนินการภายใต้มาตรา 232 แห่งกฎหมายการขยายการค้า (Trade Expansion Act) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการใช้ข้อจำกัดทางการค้าด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ
ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของปธน.ทรัมป์ เจาะจงไปที่จีน โดยกล่าวว่าจีนใช้กำลังการผลิตที่เกินความต้องการและการทุ่มตลาดเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจเพื่อครอบงำตลาดโลก ซึ่งถือเป็นการตัดราคาคู่แข่งอย่างเป็นระบบ และบีบให้คู่แข่งต้องเลิกทำธุรกิจในที่สุด
ทั้งนี้ ทองแดงเป็นส่วนประกอบสำคัญในสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สายไฟฟ้าไปจนถึงแผงโซลาร์เซลล์และรางน้ำ ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ บริโภคทองแดงบริสุทธิ์ประมาณ 1.6 ล้านตันในปี 2567
ขณะเดียวกัน ผลการวิจัยของมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า สหรัฐฯ พึ่งพาทองแดงนำเข้าเป็นอย่างมาก โดยนำเข้าทองแดงสุทธิคิดเป็น 36% ของอุปสงค์ทั้งหมด