ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (1 เม.ย.) สัญญาถั่วเหลืองปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. จากความคาดหวังในตลาดว่า สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ (EPA) อาจตัดสินใจเพิ่มข้อกำหนดการผสมเชื้อเพลิงไบโอดีเซลที่ผลิตจากชีวมวลในสัดส่วนที่สูงขึ้น หลังจากการประชุมกับตัวแทนจากกลุ่มอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและน้ำมัน
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.50 เซนต์ หรือ +0.98% ปิดที่ 4.6175 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 3.50 เซนต์ หรือ +0.65% ปิดที่ 5.4050 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 19.50 เซนต์ หรือ +1.92% ปิดที่ระดับ 10.3425 ดอลลาร์/บุชเชล
ขณะเดียวกัน สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยราคาข้าวโพดได้รับแรงหนุนจากการพยากรณ์อากาศที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำมิสซิสซิปปีและหุบเขาโอไฮโอในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้การเริ่มต้นเพาะปลูกล่าช้ากว่ากำหนด
ส่วนราคาข้าวสาลียังคงได้รับผลบวกต่อเนื่องจากรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (31 มี.ค.) ซึ่งระบุว่าเกษตรกรสหรัฐฯ วางแผนที่จะลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีในปี 2568 ลง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้
ด้านนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การเข้าพบเจ้าหน้าที่ EPA ของกลุ่มพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นใหม่ (ซึ่งรวมถึงสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกาด้วย) เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ราคาถั่วเหลืองและน้ำมันถั่วเหลืองปรับตัวสูงขึ้น โดยกลุ่มพันธมิตรกำลังผลักดันให้ EPA เพิ่มโควตาการผสมไบโอดีเซลจากชีวมวลอย่างมีนัยสำคัญ โดยเสนอตัวเลขที่ระดับ 5.5 พันล้าน ถึง 5.75 พันล้านแกลลอน เทียบกับระดับปัจจุบันที่ 3.55 พันล้านแกลลอน