บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ ต่างออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทบทวนมาตรการจำกัดการส่งออกชิป โดยแสดงความกังวลว่าอาจเป็นการผลักให้ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ หันไปพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีนแทน
ในวันพฤหัสบดี (27 ก.พ.) ประธานของไมโครซอฟท์ (Microsoft) และซีอีโอของอะเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ออกมาเรียกร้องให้ทีมงานของปธน.ทรัมป์ ทบทวนกฎระเบียบที่ใช้มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอดีตปธน.โจ ไบเดน ซึ่งจำกัดการส่งออกชิป AI ไปยังประเทศต่าง ๆ รวมถึงอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวสอดคล้องกับจุดยืนของซีอีโอของอินวิเดีย (Nvidia)
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กฎควบคุมชิป AI ที่ออกโดยรัฐบาลไบเดน ได้จำกัดการส่งออกชิปที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อฝึกโมเดล AI ขณะที่แบรด สมิธ ประธานของไมโครซอฟท์ เตือนว่ามาตรการจำกัดการส่งออกชิป AI ไปยังตลาดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ อาจทำให้ประเทศเหล่านี้หันไปสั่งชิปขั้นสูงจากจีนแทน
"หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง กฎสมัยไบเดนจะเปิดโอกาสให้จีนมีความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในการเผยแพร่เทคโนโลยี AI ของตนในระยะยาว เหมือนกับที่จีนเคยเติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม 5G เมื่อทศวรรษก่อน" ประธานไมโครซอฟท์โพสต์ผ่านบล็อก
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์และทีมบริหารได้ร่างมาตรการควบคุมเซมิคอนดักเตอร์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และกดดันพันธมิตรให้เพิ่มข้อจำกัดต่ออุตสาหกรรมชิปของจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสานต่อนโยบายสกัดกั้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน