มหาวิทยาลัยมิชิแกนประกาศยกเลิกโครงการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยก (DEI) หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันให้สถาบันการศึกษาละทิ้งความพยายามดังกล่าว รวมถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพของโครงการลักษณะนี้ด้วย
มหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (27 มี.ค.) ว่า จะยุติแผน DEI 2.0 โดยมีผลทันที และจะหันไปลงทุนในโครงการที่มุ่งเน้นนักศึกษา เช่น ความช่วยเหลือทางการเงิน ทรัพยากรด้านสุขภาพจิต และการให้คำปรึกษาด้านวิชาชีพแทน
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า "การตัดสินใจเหล่านี้ไม่ได้ทำไปโดยพลการ เราตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีความสำคัญและจะเป็นความท้าทายสำหรับพวกเราหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ชีวิตและอาชีพได้รับการส่งเสริมและทุ่มเทให้กับโครงการที่กำลังเปลี่ยนทิศทางไป"
สถาบันการศึกษาหลายแห่งเริ่มลดความพยายามด้านความหลากหลาย หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะระงับเงินทุนจากสถาบันที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฝ่ายบริหาร
ทั้งนี้ การตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเกิดขึ้นเกือบ 2 ปีหลังจากที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำพิพากษาห้ามไม่ให้มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ใช้เชื้อชาติเป็นเกณฑ์ในการรับสมัครนักศึกษา ขณะเดียวกันภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ก็เริ่มลดขนาดหรือยกเลิกความพยายามด้าน DEI เช่นกัน