สมาคมผู้ผลิตแห่งอิสราเอล (MAI) ได้ออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้าอิสราเอล 17% โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผู้ส่งออกของอิสราเอล
MAI ระบุในวันนี้ (3 เม.ย.) ว่า ตัวเลขที่ทรัมป์นำมาอ้างว่าอิสราเอลเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ สูงถึง 33% นั้นน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขนี้ถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลให้สหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้ 17% ในขณะที่ความเป็นจริง สินค้าจากสหรัฐฯ ที่นำเข้ามาในอิสราเอลถึง 99% ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้วก่อนหน้านี้
แถลงการณ์ของ MAI ระบุว่า "การตัดสินใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เก็บภาษีสินค้าอิสราเอลครั้งนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจไม่มั่นคง การลงทุนจากต่างประเทศลดลง และทำให้สินค้าอิสราเอลแข่งขันในตลาดอเมริกาได้ยากขึ้น"
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า MAI เตือนว่า มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในอิสราเอล และทำให้เศรษฐกิจในตลาดสหรัฐฯ ซบเซาลง โดยมองว่าภาษีนี้เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน และหวังว่ามาตรการนี้จะถูกยกเลิกในเร็ววัน
MAI จะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและกระทรวงเศรษฐกิจของอิสราเอล เพื่อหาทางยกเลิกมาตรการดังกล่าว รวมถึงมองหาทางเลือกอื่น ๆ เช่น การหาตลาดส่งออกใหม่ และหารือกับผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากภาษี
แถลงการณ์ระบุว่า "ในขณะเดียวกัน เราจะช่วยให้ธุรกิจอิสราเอลปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทางการค้าใหม่ และพัฒนาเครื่องมือเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่จะตามมา"