แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้ประณามมาตรการเก็บภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐอเมริกาว่า "ไร้เหตุผล" และ "ไม่ใช่การกระทำของมิตร"
อัลบาเนซีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่เมืองเมลเบิร์นเมื่อเช้านี้ (3 เม.ย.) ว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกประเภทจากออสเตรเลียในอัตรา 10% ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลออสเตรเลียคาดไม่ถึง แต่ก็ถือเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล
"ภาษีศุลการกรที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดนั้น ขาดตรรกะและขัดแย้งกับหลักการความเป็นพันธมิตรระหว่างสองชาติ" อัลบาเนซีระบุ พร้อมย้ำว่า "นี่ไม่ใช่การกระทำของมิตร"
อย่างไรก็ตาม อัลบาเนซียืนยันว่าออสเตรเลียจะไม่ใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีต่อสินค้าจากสหรัฐฯ แต่จะใช้กลไกการระงับข้อพิพาทที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสองประเทศแทน
"ชาวออสเตรเลียมีสิทธิ์ที่จะมองว่าการกระทำของรัฐบาลทรัมป์เป็นการบ่อนทำลายความสัมพันธ์ทางการค้าที่เสรีและเป็นธรรมของเรา และขัดกับค่านิยมร่วมกันที่เป็นหัวใจสำคัญของมิตรภาพระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนาน ซึ่งการกระทำนี้จะส่งผลต่อมุมมองของชาวออสเตรเลียที่มีต่อความสัมพันธ์นี้" อัลบาเนซีระบุ
เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.) สถานีโทรทัศน์เอบีซี (ABC) รายงานว่า รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเตรียมฟ้องสหรัฐฯ ต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ในข้อหาที่ละเมิดข้อตกลงการค้าเสรี
ด้านทรัมป์ให้เหตุผลว่า การขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นการตอบโต้ที่ออสเตรเลียยังคงห้ามนำเข้าเนื้อวัวสดจากสหรัฐฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2546 ภายใต้กฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพของออสเตรเลีย