หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) รายงานเมื่อวันศุกร์ (4 เม.ย.) ว่า โจเซฟ วู รมว.ต่างประเทศและหัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวันได้เดินทางถึงสหรัฐฯ แล้วเพื่อหารือกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพียงไม่กี่วันหลังจากจีนเสร็จสิ้นการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน
วูเป็นผู้นำคณะผู้แทนไต้หวันเข้าร่วมการประชุมที่รู้จักกันในชื่อ "ช่องทางพิเศษ" (special channel) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ช่องทางนี้หลังจากกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 20 ม.ค.
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ กองทัพจีนได้จัดการซ้อมรบเป็นเวลา 2 วัน รอบเกาะไต้หวัน รวมถึงการยิงกระสุนจริงระยะไกลในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งถือเป็นการยกระดับกิจกรรมทางทหารรอบเกาะไต้หวันอีกครั้ง
ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเด็นตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศถูกกระทบจากหลายเรื่อง เช่น สิทธิมนุษยชน ต้นตอของโรคโควิด-19 และการตอบโต้ด้วยภาษีการค้าระหว่างกัน รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้ในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ มาตรการภาษีของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ยังสร้างความไม่พอใจให้กับไต้หวันด้วย โดยไต้หวันเรียกมาตรการเหล่านี้ว่าไม่สมเหตุสมผล ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็วิจารณ์ไต้หวันที่แย่งธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ไป โดยเขาระบุว่า ต้องการให้ภาคอุตสาหกรรมนี้ ย้ายฐานกลับไปยังสหรัฐฯ
ไต้หวันระบุว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเป็นวงกว้างซึ่งรวมถึงการสั่งเก็บภาษีกับไต้หวันที่ 32% ของทรัมป์นั้นไม่ยุติธรรม และรัฐบาลไต้หวันมีแผนที่จะหารืออย่างจริงจังกับทางการสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของไต้หวันกล่าวว่า การสนับสนุนจากรัฐบาลทรัมป์ต่อไต้หวันยังคงแข็งแกร่งมาก