การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three) ครั้งที่ 21 ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์เมื่อวานนี้ ที่ประชุมได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายพยายามร่วมมือกันในการจัดการกับอุปสรรคในด้านต่างๆ และรักษาไว้ซึ่งระบบพหุภาคี
นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนในปีนี้ ได้จัดการประชุมอาเซียนบวกสาม ซึ่งประกอบไปด้วยชาติสมาชิกอาเซียน ร่วมกับจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้กล่าวในช่วงเปิดการประชุมว่า "เราต้องรักษาการเปิดกว้าง และสภาพแวดล้อมด้านการค้าโลกที่เป็นไปอย่างครอบคลุมและอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบ สำหรับสมาชิกทุกประเทศ" พร้อมกับกล่าวเสริมว่า กลุ่มอาเซียนบวกสามควรเพิ่มความพยายามในการรักษาระบบพหุภาคี ซึ่งจะทำให้สามารถรับมือกับอุปสรรคต่างๆที่เกิดจากความตึงเครียดด้านการค้า การปฏิวัติสู่ยุคดิจิทัล และความปลอดภัยทางไซเบอร์
ในโอกาสนี้ นายลีได้กล่าวชื่นชมกลุ่มอาเซียนบวกสามที่สร้างความคืบหน้าในการต่อสู้กับปัญหาโรคซาร์ส (SARS) ในปี 2546 และวิกฤติการเงินโลกในปี 2551 พร้อมกล่าวเสริมว่า การหมุนเวียนทางการค้าในกลุ่มอาเซียนบวกสามนั้น มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ยังกล่าวด้วยว่า เรากำลังพยายาม "ปรับเปลี่ยนเอเชียตะวันออกให้ก้าวเข้าสู่ภูมิภาคที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในโลก" พร้อมกับกล่าวว่า การค้าขายสินค้าระหว่างกลุ่มอาเซียนและทั้งสามประเทศนั้น มีมูลค่ารวมกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 31% ของมูลค่าการค้าในกลุ่มอาเซียนในปี 2560
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การประชุมอาเซียนบวกเป็นช่องทางหลักสำหรับการสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการบูรณาการทางเศรษกิจระดับภูมิภาคในด้านต่างๆ เช่น วัฒนธรรม การศึกษา และการแลกเปลี่ยนเยาวชน