สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อิสราเอลได้ประกาศเปิดเส้นทางปลอดภัยเพิ่มอีกแห่งในฉนวนกาซา และเรียกร้องให้พลเรือนอพยพจากพื้นที่ทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลปฏิบัติการทางทหารส่วนใหญ่ ไปยังพื้นที่ทางตอนใต้
กองกำลังป้องกันอิสราเอลระบุว่า จะละเว้นการโจมตีไปยังพื้นที่ที่กำหนด ระหว่างเวลา 8.00 น. -12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ (16 ต.ค.) เพื่อเปิดทางให้มีการอพยพผู้คนอย่างปลอดภัยจากฉนวนกาซาทางตอนเหนือไปยังพื้นที่ทางใต้ของเขตวาดีกาซาและข่านยูนิส
อิสราเอลได้ออกประกาศลักษณะเดียวกันนี้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค.) โดยกองทัพอิสราเอลเรียกร้องให้พลเรือนอพยพเพื่อความปลอดภัยของตนเอง และเมื่อคืนวันอาทิตย์ (15 ต.ค.) ระบุว่า มีประชาชนอพยพออกจากฉนวนกาซาทางตอนเหนือแล้ว 600,000 ราย โดยอิสราเอลกล่าวตำหนิกลุ่มฮามาสที่พยายามขัดขวางการอพยพพลเรือน
ตามข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นกองทัพอิสราเอลได้กำหนดเส้นตาย 24 ชั่วโมงสำหรับการอพยพเมื่อวันศุกร์ (13 ต.ค.) โดย UN ระบุว่า การเคลื่อนย้ายประชาชน 1.1 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในและรอบ ๆ ฉนวนกาซาภายใต้กรอบเวลาดังกล่าวนั้นเป็นไปไม่ได้ ขณะที่อิสราเอลปฏิเสธคำกล่าวอ้างเรื่องเส้นตาย 24 ชั่วโมง
มีการคาดการณ์ว่าอิสราเอลจะเปิดฉากการโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซา โดยมีเป้าหมายจะกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธฮามาสที่โจมตีเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ในอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,300 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาจากการโจมตีของอิสราเอลพุ่งทะลุ 2,650 ราย
ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลระบุว่า จะดำเนินการอพยพผู้อยู่อาศัยทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนติดกับเลบานอน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกองทัพอิสราเอลโจมตีกันถี่ขึ้น