สเต็มเซลล์ในเครื่องสำอางบำรุงผิว

ข่าวทั่วไป Thursday October 11, 2012 09:32 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--11 ต.ค.--แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ กระแสของสเต็มเซลล์ช่วงนี้กำลังมาแรง ทั้งมีการโฆษณากล่าวอ้างในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลากหลายยี่ห้อ ว่ามีส่วนผสมของสเต็มเซลล์ที่จะช่วยให้ผิวหน้าใส เต่งตึง เหมือนผิวทารก จนหน่วยงานราชการต้องออก ประกาศเตือน ห้ามหลงเชื่อโฆษณาเพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตหากรับเข้าสู่ร่างกาย ภก. ดร. พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ อาวียองซ์ อะคาเดมี จะมาไขความกระจ่างว่าสเต็มเซลล์คืออะไร และสามารถดูแลปรนนิบัติผิวพรรณได้จริงหรือไม่ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทำความเข้าใจและรู้ทันโฆษณาเกินจริง เพื่อจะได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์จริงและปลอดภัย ภก. ดร. พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ อาวียองซ์ อะคาเดมี เผยว่า “เชื่อว่าหลายคนจะต้องคุ้นเคยคำว่า “สเต็มเซลล์” (Stem Cell) และสงสัยว่าคืออะไร สเต็มเซลล์คือ เซลล์ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ในพืชและสัตว์ และความอัศจรรย์ของเซลล์ต้นกำเนิดนี้ คือการสามารถเติบโต แบ่งตัว และแปรเปลี่ยนสร้างเป็นเซลล์ชนิดอื่นๆ เป็นเนื้อเยื่อของอวัยวะอื่นๆ ที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้หลากหลาย นักวิจัยจึงเริ่มคิดค้นวิธีการเก็บสเต็มเซลล์นี้จากคนหรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ โดยหวังว่าจะสามารถเพาะเลี้ยงเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ เช่น การเปลี่ยนเซลล์ต้นกำเนิดไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อตับ ตับอ่อน กล้ามเนื้อ เซลล์เม็ดเลือด เป็นต้น หรือการนำมารักษาให้แก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติ เช่น โรคเบาหวาน อัลไซเมอร์ มะเร็ง ฯลฯ เสมือนการนำเซลล์ใหม่ไปซ่อมแซมเซลล์ที่มีปัญหา ปัจจุบันการวิจัยดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีเพียงโรคเลือดบางชนิดเท่านั้นที่สามารถใช้เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ในการรักษาได้ แต่ในแวดวงความงาม ความอัศจรรย์ของสเต็มเซลล์มีความหวังที่จะสามารถนำเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากพืชหรือสัตว์ มาใส่เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง โดยอ้างว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ผิวหนังใหม่คล้ายผิวทารก แต่แท้จริงเล้วการเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดต้องใช้อาหารเพาะเลี้ยงชนิดพิเศษ ควบคุมอุณหภูมิ ความเป็นกรดด่างอย่างดี ดังนั้นเซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่ในเครื่องสำอางจึงไม่สามารถมีชีวิตและเติบโตแบ่งตัวได้ ยิ่งถ้าเป็นเซลล์ต้นกำเนิดจากรกสัตว์ แกะ วัว หรือทารก ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคปนเปื้อนแพ้ระคายเคือง เป็นอันตรายได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีสเต็มเซลล์จะไม่มีประโยชน์ต่อวงการความงาม เพราะนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าแม้ไม่สามารถนำสเต็มเซลล์ที่มีชีวิตมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ แต่การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากพืชโดยใช้อาหารเพาะเลี้ยงพิเศษ สามารถช่วยให้สเต็มเซลล์ที่เลี้ยงในห้องทดลองสามารถผลิตสารสำคัญที่มีประโยชน์ออกมาได้มาก แล้วจึงสกัดสารสำคัญจากสเต็มเซลล์มาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ทดแทนการใส่สเต็มเซลล์โดยตรง ซึ่งผลที่ได้นับว่าได้ผลและยังมีความปลอดภัย เช่นงานวิจัยล่าสุดที่พบว่าสเต็มเซลล์ที่ได้จากส่วนใบของมะเขือเทศสายพันธุ์ Lycopersicon esculentum มาเพาะเลี้ยงและสกัดสารสำคัญออกมา พบว่า สารสกัดจากสเต็มเซลล์มะเขือเทศที่ได้จากส่วนใบ กลับอุดมไปด้วยสารสำคัญมากเสียยิ่งกว่าที่พบในผลมะเขือเทศ โดยมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) และไฟโตคีเลทินส์ (Phytochelatins) สารจากพืชที่มีฤทิธ์ต้านโลหะหนักมีพิษในมลภาวะ เช่น ตะกั่ว นิกเกิล จึงป้องกันสาเหตุหลักของการทำร้ายเซลล์ผิว ดีเอ็นเอ และคอลลาเจนในผิว ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างโปรตีนยืดอายุเซลล์ผิวอีกด้วย อย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด อาวียองซ์ เดอร์มาซุติคอล อีเอ็กซ์ เอสเซนเชียล เซลล์ แอดวานซ์ เซรั่ม (aviance Dermaceutical EX Essential Cells Advanced Serum) ที่นำสารสกัดจากสเต็มเซลล์มะเขือเทศ มาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง นับเป็นอีกทางเลือกของการนำเทคโนโลยีสเต็มเซลล์มาใช้อย่างปลอดภัย” รู้เท่าทันและประโยชน์ของสเต็มเซลล์กันไปแล้ว ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้วว่าจะหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพพร้อมความ้ปลอดภัย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ