ส่งออกชิ้นส่วน-ยานยนต์ไทยขยายตัว เชื่อทำได้ตามเป้า 25 - 35%

ข่าวทั่วไป Wednesday November 7, 2012 12:25 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ส่งออกชิ้นส่วน-ยานยนต์ไทยขยายตัว เชื่อทำได้ตามเป้า 25 - 35% ชี้นโยบายรัฐหนุนเต็มที่ดันไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนใหญ่ที่สุดในเอเซียแปซิฟิก เผยไทยร่วมงานแฟร์ 1 ใน 3 งานยักษ์ประจำปีของสหรัฐฯ หวังชิ้นส่วนแบ่งตลาดที่สหรัฐนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ปีละหลายแสนล้านดอลล่าร์ นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯนำคณะนักธุรกิจเข้าร่วมงานแสดงสินค้า AAPEX (Automotive Aftermarket Products Expo) ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม — 1 พฤศจิกายน 2555 ณ Sand Expo Convention Centerณ นครลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญที่สุดของโลก โดยได้จัด Thai Pavilion มีบริษัทผู้ผลิตและส่งออกจากไทยรวม 19 บริษัท เพื่อแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ128,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ตลาดสินค้าอุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ในสหรัฐฯ มีมูลค่าประมาณ 463,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แยกออกเป็น 2 ตลาด คือ (1) อุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ ใช้ในการผลิตรถ ประเภทโออีเอ็มประมาณ และ (2) อุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ ประเภททดแทน มีผู้ผลิต-จัดจำหน่ายประมาณ5,500 คน ร้านค้า 30,000 แห่งทั่วประเทศและมีการจ้างงานเกือบ 465,000 คน จึงถือเป็นตลาดสำคัญโดยเฉพาะมีแนวโน้มการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้รถเก่ามากกว่ารถใหม่ สำหรับการส่งออกสินค้าชิ้นส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ใน 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.)ของปี 2555 ว่า มีมูลค่าส่งออก 8,520 ล้านเหรียญสหรัฐฯ( 255,600 ล้านบาท) หรือ เพิ่มขึ้น 14.5%คิดเป็นสัดส่วน 5% ซึ่งถือว่าเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนฯที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีตลาดสำคัญเรียงตามลำดับมูลค่า ได้แก่ อินโดนีเซีย 1,311 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 19%) ญี่ปุ่น1,062 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(เพิ่มขึ้น 15 %) มาเลเซีย 830ล้านเหรียญสหรัฐฯ ( เพิ่มขึ้น 28%) บราซิล 576ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 26 %)อินเดีย537ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 21%) และสหรัฐ 453ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 18 %) ทั้งนี้กรมฯตั้งเป้าหมายการส่งออกชิ้นส่วนฯปี 55 คิดเป็นมูลค่า 12,152 ล้านเหรียญสหรัฐฯ( 454,560 ล้านบาท) หรือ เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สินค้ายานยนต์กรมฯตั้งเป้าหมายการส่งออกปี 55 คิดเป็นมูลค่า 16,660 ล้านเหรียญสหรัฐฯ( 499,800 ล้านบาท) หรือ เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วง 9 เดือนแรกมีมูลค่าส่งออก 12,319 ล้านเหรียญสหรัฐ ( 369,570 ล้านบาท) หรือ 16% โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ออสเตรเลีย 2,443 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 15 %)อินโดนีเซีย 1,327 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 27 %) ซาอุดิอาระเบีย 847 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 25 %) ญี่ปุ่น 605 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 28 %) เป็นต้น นางศรีรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเภทของรถยนต์ที่ผลิตได้ในช่วง 9 เดือนแรก เป็นผลิตรถยนต์ได้จำนวน 1,706,389 คัน เพิ่มขึ้น33% ในจำนวนนี้จะเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก 732,179 คัน เพิ่มขึ้น12% เมื่อกับช่วงเดียวกันของปีก่อนการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับยานยนต์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนทั้งภายในและนอกประเทศ อาทิ กลุ่มประเทศยุโรปสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วปัญหาการคว่ำบาตรประเทศอิหร่านคลี่คลายลง ในขณะที่ที่ผู้ผลิตรถค่ายยุโรปส่วนใหญ่จะขยายฐานโรงงานผลิตมาอยู่ในประเทศอาเซียนเพื่อหาตลาดใหม่มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทแม่ของค่ายรถยนต์ในต่างประเทศ ประกาศขยายกำลังการผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากความต้องการภายในประเทศ ตามนโยบายภาครัฐที่ให้การสนับสนุน และความกังวงในข้อขัดแย้งระหว่างจีนและ ญี่ปุ่น รวมถึงยอดการผลิตรถยนต์อีโคคาร์รวมกันไม่ต่ำกว่า 500,000 คันต่อปีภายใน 5 ปีข้างหน้าตามเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจในการตั้งโรงงานผลิตในไทย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการชิ้นส่วนอีกจำนวนมากของค่ายรถยนต์ต่างๆและไทยมีจุดแข็งในการเป็นฐานการผลิตรถบรรทุกขนาด 1 ตัน(รถปิ๊กอัพ)ที่มีศักยภาพสูง ทั้งนี้คาดว่าภายในปี 2560 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้การผลิตและส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นตามไปด้วยซึ่งจะทำให้ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกอย่างถาวร อย่างไรก็ตามหน่วยงานภาครัฐต้องเตรียมพร้อมในหลายด้าน โดยได้กำหนดกลยุทธ์ อาทิ การสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ประหยัดพลังงาน การสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ การส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมระดับต้นน้ำ-ปลายน้ำ และการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมยานยนต์ โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และทักษะด้านการออกแบบ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือ วัตถุดิบต้นน้ำ ศูนย์กระจายสินค้าในต่างประเทศ การจัดการด้านโลจิสติกส์เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต เป็นต้น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ