ฟิทช์ให้อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของธนาคารกสิกรไทยที่ ‘BBB+’

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday February 7, 2013 17:30 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--7 ก.พ.--ฟิทช์ เรทติ้งส์ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศให้อันดับเครดิตแก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ (senior notes) ไม่มีหลักประกันของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK (อันดับเครดิต ‘BBB+’/ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ที่ระดับ ‘BBB+’ หุ้นกู้ดังกล่าวมีมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีวันครบกำหนดชำระในเดือนมีนาคม 2561 หุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Euro Medium Term Note (EMTN) ซึ่งมีมูลค่ารวม 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และออกโดยสาขาของ KBANK ในฮ่องกง เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ได้ถูกนำไปใช้ในการดำเนินกิจการทั่วไปของธนาคาร ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิอยู่ที่ระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Foreign Currency Issuer Default Rating) ของ KBANK ที่ ‘BBB+’ เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคาร อันดับเครดิตของธนาคารสะท้อนถึงระดับเงินกองทุนและความสามารถในการทำกำไรที่อยู่ในระดับดี คุณภาพสินทรัพย์และสำรองหนี้สูญที่อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และการมีเครือข่ายธุรกิจ (franchise) ในประเทศที่แข็งแกร่ง ฟิทช์เชื่อว่าฐานะทางการเงินโดยรวมของธนาคารน่าจะแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับผลกระทบจากการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของคุณภาพสินเชื่อได้ ซึ่งสะท้อนอยู่ในแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต การกระจุกตัวของสินเชื่อที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือการเติบโตอย่างรวดเร็วของสินเชื่อในระดับที่อาจส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์หรือสภาพคล่องของธนาคารมีการปรับตัวอ่อนแอลง อาจส่งผลให้มีการปรับลดอันดับเครดิตสากลของธนาคาร การปรับลดเพดานอันดับเครดิต (Country Ceiling) ของประเทศไทยซึ่งอยู่ที่ ‘BBB+’ อาจส่งผลให้อันดับเครดิตสากลของธนาคารถูกปรับลดอันดับลง เนื่องจากอันดับเครดิตสากลของธนาคารถูกจำกัดโดยเพดานอันดับเครดิตของประเทศ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KBANK จะส่งผลให้อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน KBANK ซึ่งก่อตั้งในปี 2488 โดยตระกูลล่ำซำ เป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 15% ในด้านสินทรัพย์ (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2555) บริษัทลูกที่สำคัญของธนาคารประกอบธุรกิจบริหารกองทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเช่าซื้อ และธุรกิจประกัน ปัจจุบันหุ้นของ KBANK ได้มีการกระจายการถือหุ้นออกไปในวงกว้าง โดยนักลงทุนต่างประเทศ (ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบัน) มีสัดส่วนการถือหุ้นรวมกันที่ 49% อย่างไรก็ตามตระกูลล่ำซำยังคงมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารในธนาคารและมีตัวแทนเป็นกรรมการในคณะกรรมการของธนาคาร

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ