เอไอเอ เผยผลสำรวจดัชนี “ไลฟ์-แมทเทอร์ส” ประจำปี 2550 คนส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อมด้านการเงินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ข่าวทั่วไป Thursday October 11, 2007 16:48 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--11 ต.ค.--สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์
เอไอเอ เผยผลสำรวจดัชนี “ไลฟ์-แมทเทอร์ส” ประจำปี 2550 คนส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อมด้านการเงินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งที่หวั่นวิตกกับค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยร้ายแรง
บริษัท อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด (เอไอเอ) เผยผลสำรวจดัชนี "ไลฟ์-แมทเทอร์ส” ประจำปี 2550 พบว่าแม้คนไทยมีความวิตกกังวลต่อความเสี่ยงที่เกิดจากการเจ็บป่วยโรคต่างๆ และอุบัติเหตุจากการเดินทางและการบาดเจ็บ แต่น้อยคนที่จะออมเงินเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้น ทั้งนี้ ผลการสำรวจที่จัดทำขึ้นเป็นปีที่ 4 พบว่า 8 ใน 10 ของกลุ่มตัวอย่าง (ร้อยละ 83) ไม่ได้ออมเงินเป็นประจำถึงแม้ว่ามากกว่าครึ่งของเขาเหล่านั้นจะวิตกกังวลกับโรคภัยไข้เจ็บที่อาจคุกคามชีวิต
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่พบจากการสำรวจคือ กลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 84 ระบุว่าตนยังไม่ได้ทำประกันชีวิตที่จะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลหลังเกษียณอายุ
มร. โทมัส เจมส์ ไวท์ รองประธานบริหารระดับสูงและผู้จัดการทั่วไป เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ความจริงที่ว่าคนไทยจำนวนมากกลัวเหตุร้ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น แต่กลับมีคนจำนวนไม่กี่คนที่เตรียม พร้อมทางด้านการเงินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้น โดยเฉพาะในคนสูงอายุซึ่งเป็นวัยที่ต้องการการดูแลด้านสุขภาพมากที่สุด กลับมีจำนวนของคนที่ขาดการเตรียมพร้อมด้านการเงินเพิ่มสูงมากขึ้น เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องพึงระวังเป็นอย่างมาก
ผลการสำรวจอื่นๆ ที่น่าสนใจมีดังนี้
ระดับความวิตกกังวลที่สูงไม่ได้ส่งผลต่อความเต็มใจในการเตรียมพร้อม ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ (ร้อยละ 57) กังวลในเรื่องการเจ็บป่วยและโรคภัย และกว่าร้อยละ 50 ของกลุ่มตัวอย่างคนไทยมีความกังวลในระดับ “มากที่สุด” หรือ “มาก” ว่าตนอาจเสี่ยงต่อ การบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุจากการเดินทางหรืออุบัติเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 74 ยังไม่คิดว่าการทำประกันสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนในปัจจุบัน โดยคิดว่าเป็นเรื่องที่อาจจำเป็นสำหรับอนาคตเท่านั้น
คนไทยมีความรู้สึกไม่มั่นคงเกี่ยวกับการเงินในอนาคตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ผลการสำรวจล่าสุดจากเอไอเอด้านการเตรียมความพร้อมทางการเงินพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 58 เชื่อว่าตนยังไม่มีความพร้อมทางการเงินที่จะตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตนเองหรือสมาชิกในครอบครัวได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในกรณีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเจ็บป่วยร้ายแรง เช่น มะเร็ง ที่จำเป็นต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวนี้เพิ่มขึ้นจากการสำรวจประจำปี 2549 ที่มีผู้ระบุถึงความกังวลในเรื่องดังกล่าวร้อยละ 37 เท่านั้น
ความเชื่อดั้งเดิมทำให้ขาดการเตรียมความพร้อมที่ดี และทำให้ครอบครัวตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้นแม้ว่าค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจะแพงมากขึ้น หรือความเป็นไปได้ของการพักฟื้นระยะยาวหลังการรักษาอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมั่นคงทางการเงินของแต่ละบุคคลและครอบครัว แต่กลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่ง (ร้อยละ 47) เชื่อว่า ในกรณีที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลหรือ อยู่ในวัยสูงอายุ พวกเขาจะได้รับการดูแลจากสมาชิกในครอบครัว
“ผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยยังติดอยู่กับความคิดที่ว่า ‘สิ่งนั้นคงจะไม่เกิดขึ้น กับฉัน’ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการหวังพึ่งครอบครัวในกรณีที่เกิดปัญหาทางการเงินอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและสุขภาพ” มร. ไวท์ กล่าวเสริมช่องว่างระหว่างความเข้าใจเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลที่ประเมินไว้กับค่าใช้จ่ายจริงที่แตกต่างกันอย่างมากส่งผลต่อการวางแผนทางการเงิน
ผลการสำรวจในปีนี้ชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างความคุ้มครองที่ผู้คนคิดว่าน่าจะเพียงพอ (ดูได้จากวงเงินความคุ้มครองของแผนประกันภัยในปัจจุบัน) กับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริงในระยะยาว โดยกลุ่มตัวอย่างจะมีความคุ้มครองตามแผนประกันที่ทำไว้ในปัจจุบันเฉลี่ย 411,596 บาท เพื่อเตรียมไว้ในกรณีล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรง ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลมาตรฐานโดยเฉลี่ยสำหรับการรักษาโรคร้ายแรงบางโรคในประเทศไทยอาจไม่สูงเท่าจำนวนดังกล่าว อาทิ การรักษาโรคมะเร็งปอดในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไปในประเทศไทยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 236,000 บาท, มะเร็งเต้านม 280,000 บาท, เส้นเลือดในสมองแตก 350,000 บาท แต่สำหรับบางโรคก็อาจสูงกว่าจำนวนเฉลี่ยนั้น เช่น ไตวาย 497,000 บาท, การปลูกถ่ายไตใหม่ 660,000 บาท และโรคหลอดเลือดหัวใจ 710,000 บาท อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองนี้ยังไม่รวมกรณีสูญเสียรายได้เนื่องจากการขาดงาน ค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลรักษาต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ อีก
ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างคิดว่าจำนวนเงินโดยเฉลี่ยที่เพียงพอสำหรับการรักษาโรคร้ายแรงน่าจะอยู่ที่ 494,879 บาท ซึ่งไม่แตกต่างจากความคุ้มครองที่มีอยู่จากแผนประกันภัยมากนัก อย่างไรก็ตาม การที่พวกเขาประมาณว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะเป็นไปตามจำนวนที่กล่าวมานั้นเป็นความเชื่อที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากแผนประกันที่ทำไว้ไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการพักรักษาตัวได้ทั้งหมด นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 16 ยังไม่แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลและการพักฟื้นในระยะยาวนั้นจะเป็นจำนวนเท่าใด
คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีการเตรียมความพร้อมทางการเงินหลังเกษียณหรือการขาดรายได้หลักอย่าง ไม่คาดฝัน เมื่อสำรวจในด้านระยะเวลาที่กลุ่มตัวอย่างจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติหากประสบปัญหารายได้หลักหายไปอย่างกะทันหัน พบว่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด หรือร้อยละ 42 คิดว่าพวกเขาจะสามารถรักษาระดับมาตรฐานการดำรงชีวิตได้นานกว่า 2 ปีเล็กน้อย ลดน้อยลงอย่างมากจากผลสำรวจของปีที่แล้วที่อยู่ที่ร้อยละ 58
“เราจำเป็นต้องให้ความรู้และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมทางการเงิน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้คนไทยมีหลักประกันทางการเงินในอนาคตที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น” มร. ไวท์ กล่าวสรุป
ดัชนี เอไอเอ ไลฟ์-แมทเทอร์ส ประจำปี 2550 ทำการสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับความเสี่ยงส่วนบุคคลและความคุ้มครอง เก็บข้อมูลโดยบริษัท ทีเอ็นเอส (TNS) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการวิจัยข้อมูลทางการตลาดชั้นนำ โดยสำรวจความคิดเห็นทางโทรศัพท์ ด้วยวิธีสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างในฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ประเทศละ 1,000 คน ทั้งนี้ ในฮ่องกงและสิงคโปร์เก็บข้อมูลการสำรวจด้วยระบบ CAWI (Computer Assisted Web Interviewing) ส่วนในมาเลเซียและไทยใช้ระบบ CATI (Computer Assisted Telephone Interviewing)
เกี่ยวกับเอไอเอ
เอไอเอ เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 69 ปี โดย ณ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 331,307 ล้านบาท มีเงินสำรองประกันภัย 242,128 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจ ปัจจุบันมีตัวแทนที่ให้บริการกว่า 75,000 คนทั่วประเทศ นอกจากธุรกิจประกันชีวิตแล้ว บริษัทยังให้บริการประกันสินเชื่อ ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ ประกันกลุ่ม โครงการออมทรัพย์รายเดือน สินเชื่อเคหะ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เกี่ยวกับเอไอเอ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอไอเอเป็นบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสำนักงานสาขาและบริษัทในเครือในหลายประเทศ ประกอบด้วยออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย บรูไน กวม เวียดนาม และไทย เอไอเอนำเสนอผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับประกันชีวิตที่ครอบคลุมทุกความต้องการผ่านระบบช่องทางที่หลากหลาย โดยมีช่องทางหลักคือ ระบบตัวแทน
เกี่ยวกับเอไอจี
เอไอเอเป็นบริษัทในเครือของอเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล กรุ๊ป, อิงค์ หรือ เอไอจี ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทประกันภัยและให้บริการทางการเงินชั้นนำของโลก มีธุรกิจอยู่ในประเทศต่างๆ กว่า 130 ประเทศทั่วโลก บริษัทในเครือของเอไอจีให้บริการแก่ลูกค้าสถาบันและลูกค้ารายบุคคลในด้านธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิต รวมทั้งการบริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญ บริหารสินทรัพย์ หุ้นสามัญของเอไอจีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และสวิตเซอร์แลนด์
หากท่านต้องการข้อมูลหรือภาพเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ปัณวรรธน์ คล่องนักรบ หรือ กัลยาภัสร์ กูลวงศ์ธนโรจน์ ณภัค ศิลาทรัพย์อำไพฝ่ายสื่อสารองค์กร
สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ บริษัท อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด
โทร 02-653-2717 ถึง 9 โทร 0-2638-7367
อีเมล์ pan@spark.co.th, kalayapas@spark.co.th อีเมล์ Napak.S2@aig.com

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ