บลจ.บัวหลวง เปิดขายกองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ ชี้เป็นจังหวะเหมาะลงทุน เพราะจากนี้ไปเศรษฐกิจไทยจะต้องพึ่งตนเอง

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday May 7, 2008 13:22 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--7 พ.ค.--บลจ.บัวหลวง
บลจ.บัวหลวง เปิดขาย IPO กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือกองทุน RMF กองใหม่เป็นกองทุนที่ 5 ของบริษัท เน้นลงทุนธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ชี้เป็นจังหวะเหมาะสำหรับการลงทุน เพราะจากนี้ไปเศรษฐกิจไทยจะต้องเติบโตจากปัจจัยการขยายตัวภายในประเทศเป็นหลัก
นางวรวรรณ ธาราภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง (บลจ.บัวหลวง) เปิดเผยว่า ในวันที่ 7-21 พฤษภาคม 2551 นี้ บลจ.บัวหลวง จะเปิดเสนอขายกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพกองใหม่ ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ เพื่อให้เป็นทางเลือกกับผู้ลงทุนที่ต้องการเน้นการลงทุนระยะยาวในหุ้นเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมทั้งรับสิทธิลดหย่อนภาษีจากเงินลงทุนตามเงื่อนไขของ RMF
“เดิมเรามีกองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐาน ที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนเป็นอย่างมากและสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จึงนำนโยบายการลงทุนในธุรกิจกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานมาปรับใช้กับกองทุน RMF ที่ต้องลงทุนระยะยาว โดยปรับเปลี่ยนนโยบายบางส่วนให้สอดคล้องกับภาวะการลงทุนในปัจจุบันให้มากขึ้น”
นางวรวรรณ กล่าวต่อว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโดยรวมของโลกประสบปัญหาด้านเสถียรภาพจากราคาน้ำมันและสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ประกอบกับปัญหาภาวะถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ทั้งภาครัฐและและเอกชนส่วนใหญ่เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยนับจากนี้ไปจะต้องเติบโตจากปัจจัยการขยายตัวภายในประเทศเป็นหลัก ตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนในระยะยาว ได้แก่ การบริโภคและการลงทุนในประเทศ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาภายในประเทศ การลงทุนภาคการผลิต และในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชนได้ชะลอตัวลง หากมองไปถึงปัจจัยหลักที่จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการบริโภคและการลงทุนที่ยั่งยืนในประเทศแล้ว ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐานเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น การที่รัฐบาลหันกลับมาทบทวนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ จึงน่าจะส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาต่อจากนี้ และธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็น่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนต่างๆ ทำให้มีความน่าสนใจสูงสำหรับการลงทุนระยะยาว
“การลงทุนในกองทุนที่เน้นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในขณะนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนการลงทุนที่น้อย เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา การลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล จะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจมีความต่อเนื่องและโตอย่างมั่นคง ซึ่ง จำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานก่อน เพราะทำให้เกิด productivity ในระยะยาว และธุรกิจกลุ่มนี้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจไม่มาก เพราะอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจขยายตัวจากการส่งออก แต่จากนี้ไป ตัวขับเคลื่อนเปลี่ยนเป็นการบริโภคและการลงทุน โดยการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นจาก การลงทุนในสินค้าทุนเพิ่มขึ้น ส่วนการขยายตัวการค้าโลกมีแนวโน้มลดลง การเติบโตจึงไม่สามารถพึ่งการส่งออกได้เหมือนเคย จึงต้องหันมาพึ่งการกิจการการผลิตและการลงทุนเป็นหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง”
ปัจจุบัน บลจ.บัวหลวง มีกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพอยู่ทั้งสิ้น 4 กองทุน เรียงตามลำดับความเสี่ยงและโอกาสได้รับผลตอบแทนจากมากไปน้อย ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ และกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ โดยกองทุน RMF ใหม่จะมีระดับความเสี่ยงที่สูงกว่ากองทุนทั้ง 4 กองทุนเดิม เนื่องจากมีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนที่เฉพาะเจาะจงกลุ่มอุตสาหกรรมมากกว่า แต่ก็มีโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าเช่นกัน ซึ่งเป็นระดับความเสี่ยงที่เท่ากับกองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานกองทุนเดิมที่ บลจ. บัวหลวง บริหาร
กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เช่น บริษัทในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง ขนส่งและโลจิสติกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 7-21 พฤษภาคม 2551 นี้ ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก 5,000 บาท และสามารถซื้อครั้งต่อๆ ไปหลังจากเปิดบัญชีครั้งแรกแล้วได้ในจำนวนครั้งละไม่ต่ำกว่า 500 บาท ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวน โดยขอรับได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.บัวหลวง โทร. 0 2674 6488 ฝ่ายการตลาด กด 8
ฝ่ายการตลาด บลจ.บัวหลวง จำกัด
*การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลและคู่มือภาษีก่อนการตัดสินใจลงทุน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เสกสรร โตวิวัฒน์ และ พรศิลป์ ชิโนเรสโยธิน
บลจ.บัวหลวง โทรศัพท์ 0 2674 6452, 0 2674 6440 หรือโทร.มือถือ 084-155-9112

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ