
RML รายงานผลประกอบการปี'67 อยู่ในระดับน่าพึงพอใจ ปลื้มคอนโดฯ ลักชัวรี่ 'เทตต์ สาทร ทเวลฟ์' (Tait Sathorn 12) ใจกลางสาทร มียอดขายสูงถึง 99% และมียอดโอนกรรมสิทธิ์แล้วกว่า 4,050* ล้านบาท หรือคิดเป็น 96%* ของจำนวนยูนิตทั้งหมด คาด sold out พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ครบ 100% ภายในครึ่งปีแรกของปี'68 ขณะที่อาคารสำนักงานลักชัวรี่เกรด A+ 'โอซีซี' (One City Centre) โกยอัตราการเช่าพื้นที่จากบริษัทชั้นนำของทั้งในและต่างประเทศรวมเกือบ 80% เตรียมเข้ากองรีทในอนาคตอันใกล้ พร้อมลุยปี'68 เตรียมเปิดตัว 3 โครงการใหม่ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 19,000 ล้านบาท
นายสรพงษ์ มาเมือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของ RML หรือ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง แต่โครงการของ RML ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายการพลิกฟื้นธุรกิจ (Turnaround) ในปี 2568 โดยมีโครงการ 'โอซีซี' เป็นองค์ประกอบสำคัญ"
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา RML ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการ 'ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์', 'เทตต์ สาทร ทเวลฟ์' และ 'โอซีซี' ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินตามแผนกลยุทธ์ Transformation อย่างเคร่งครัด ซึ่งประกอบด้วยการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวน 681 ล้านบาท การบริหารกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ การชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามกำหนด การเร่งระบายสินค้าเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด และการบริหารสินทรัพย์เพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายคงที่ และมุ่งเน้นการลงทุนในกลยุทธ์ Asset Light โดยร่วมลงทุนกับเจ้าของที่ดิน เพื่อลดต้นทุนในการพัฒนาโครงการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง
นายสรพงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า "ปี 2567 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการดำเนินตามแผนกลยุทธ์ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เป้าหมาย Turnaround ในปี 2568 มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้บริหารมีความมั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถกลับมาทำกำไรได้ โดยมีโครงการ 'โอซีซี' เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตโครงการใหม่อีก 3 โครงการ รวมมูลค่า 19,000 ล้านบาทภายในปีนี้"