ไทยพีบีเอส - ภาคีฯ สะท้อนมุมมอง คุณค่าอัตลักษณ์ชายแดนใต้ ผ่าน Policy Forum

ข่าวทั่วไป Friday February 28, 2025 15:36 —ThaiPR.net

ไทยพีบีเอส - ภาคีฯ สะท้อนมุมมอง คุณค่าอัตลักษณ์ชายแดนใต้ ผ่าน Policy Forum

The Active - Policy Watch Thai PBS ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่ทำความรู้จักอัตลักษณ์ชายแดนใต้ แลกเปลี่ยนความเห็น ใน "Policy Forum คุณค่าอัตลักษณ์ชายแดนใต้" ร่วมสะท้อนมุมมอง เพื่อทำให้การส่งเสริมอัตลักษณ์ เป็นทางออกไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ หรือ The Active ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัด "Policy Forum คุณค่าอัตลักษณ์ชายแดนใต้" เพื่อสร้างความเข้าใจ และรับรู้คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่จะนำไปสู่ทางออกของสันติภาพสังคมไทย ณ Co-Working Space ไทยพีบีเอส

การจัดงานเริ่มต้นในช่วงเช้า ด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ "คุณค่าอัตลักษณ์: อาหาร ภาษา และการแต่งกาย" ที่นำเสนอแนวคิดและมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับอัตลักษณ์และความเป็นมาของวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ รวมถึงการนำเสนอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่น ภาษาและการแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ซึ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่

ในช่วงบ่ายเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความ "Policy Forum คุณค่าอัตลักษณ์ชายแดนใต้" ซึ่งมีการนำเสนอข้อคิดเห็นจากตัวแทนภาคีเครือข่ายต่าง ๆ โดย ผศ.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวถึง งานวิจัยหลายชิ้นค่อนข้างที่จะคอนเฟิร์มว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญ ของปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาจากเรื่องอัตลักษณ์ เพราะฉะนั้นต้องทำให้อัตลักษณ์จะถูกยอมรับอย่างแท้จริง รวมถึงไปสู่ขั้นที่จะให้เกิดความเคารพ ทำให้อัตลักษณ์มีที่ทางในสังคมได้มากขึ้น ซึ่งจะไปเติมเต็มกระบวนการสันติภาพ ที่ไม่ใช่เพียงการพูดคุยอย่างเดียว

"แน่นอนว่าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีหลากหลายเรื่องราว อัตลักษณ์เป็นเพียงเป็นหนึ่งในนั้น แล้วกลายว่าเป็นประเด็นสำคัญ หลายครั้งผู้คนที่รู้สึกว่าถูกกดทับ รู้สึกว่าตัวตนของเขาไม่ได้รับการยอมรับเพราะฉะนั้นโจทย์สำคัญคือ ทำอย่างไรให้อัตลักษณ์ ตัวตน หรือวิถีชีวิตของพวกเขาได้รับการยอมรับ" ผศ.ยาสมิน กล่าว

ณายิบ อาแวบือซา นักวิชาการอิสระ มองว่า อัตลักษณ์ความเป็นมลายูพื้นถิ่น ไม่ได้มองว่าเป็นแค่การแต่งกาย ภาษา อาหาร ส่วนตัวในฐานะคนมลายูมุสลิม ถือว่าคนมลายู รับอะไรมาได้ง่าย ๆ รับวัฒนธรรมมา แต่สิ่งไหนที่ไม่เหมาะสม หรือขัดต่อหลักศาสนาก็จะดีดออก คนมลายูจึงอยู่ง่าย ปรับตัวให้อยู่ร่วมกับสิ่งอื่น ๆ ต่อยอดวัฒนธรรมได้

ด้าน ผศ.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาประยุกต์และชาติพันธุ์ศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สะท้อนมุมมองในฐานะคนนอกพื้นที่ชายแดนใต้ โดยยอมรับว่า สิ่งที่เหมือนกัน คือความรู้สึก ความเป็นคน มากกว่านั้น คือ การอยากรักษา สืบสานอัตลักษณ์เอาไว้ พร้อมทั้งความต้องการให้ถูกยอมรับ ให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม พร้อมยังเสนอว่า ถึงเวลาที่รัฐต้องแปลงร่างตัวเอง เพื่อปรับตัว ยกระดับในการกำหนด มุมมองทิศทางการขับเคลื่อนอัตลักษณ์ของชาติใหม่ ที่เป็นอัตลักษณ์เชิงพหุลักษณ์ ไม่ใช่เอกลักษณ์ ต้องเปลี่ยนมุมมองจาก เรื่องของชาตินิยม ไปสู่ชาติสัมพันธ์ จึงขอฝากในระดับนโยบาย ขั้นแรก ต้องยอมรับอัตลักษณ์ที่หลากหลายแล้วจะเห็นโอกาส เห็นความร่ำรวยทางอัตลักษณ์ สร้างคุณค่าร่วม สร้างคุณค่าอัตลักษณ์ที่แตกต่าง

ขณะที่ จาตุรนต์ ฉายแสง ประธาน กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ ได้ย้ำว่า ความหลากหลายมีแน่นอนในชายแดนใต้ ถือเป็นลักษณะพิเศษ เมื่อประชากร 80% เป็นชาวมลายูในไทย ที่ผ่านมาก็ตั้งคำถาม เราใช้คำว่ามลายูอย่างลื่นไหล แต่คำนี้กลับไม่ปรากฎอย่างเป็นทางการของไทยมาหลาย 10 ปีแล้ว คำว่า มลายู เป็นเรื่องหนึ่งที่เกิดการกดทับ ดังนั้นรัฐต้องทำความเข้าใจ และจัดความสัมพันธ์ใหม่ ในเรื่องพหุวัฒนธรรม แม้ว่าที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคง ดูเหมือนจะเปิดรับ แต่ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ เกิดการกดทับผู้คนในพื้นที่ นี่จึงเป็นหนึ่งในสาระสำคัญที่กรรมาธิการฯ จะจัดทำข้อเสนอถึงสภาฯ และรัฐบาล ไปสู่การแก้ปัญหาความไม่สงบอย่างเป็นรูปธรรม

"ตอนนี้ กมธ.กำลังเขียนสรุปรายงานข้อเสนออยู่ เรื่องใหญ่ที่คิดว่าโยงกับเจตจำนงทางการเมือง คือ รัฐต้องเปลี่ยนมุมมอง จัดความสัมพันธ์ในสังคมที่มีอัตลักษณ์ มีความพิเศษให้ถูกต้องเหมาะสม ต้องยอมรับหนุนเสริมอัตลักษณ์ ยอมรับว่า สังคมไทยต่างกันได้ ต่างกันอย่างงดงาม อยู่ด้วยกันได้ ทุกส่วนได้ใช้ศักยภาพของตัวเอง" จาตุรนต์ กล่าว

ประธาน กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ ยังระบุถึงแนวทางการส่งเสริมสันติภาพ โดยจำเป็นต้องมีพื้นที่ปลอดภัย ต้องส่งเสริมให้ใช้เสรีภาพทางการเมืองโดยสันติวิธี เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง การกระจายอำนาจ ถ้าไปศึกษาจะพบว่า สิ่งที่คิดไม่ตกในพื้นที่ชายแดนใต้ คือ เป็นพื้นที่ที่มีระบบรวมศูนย์อำนาจเป็นพิเศษที่สุด มีการปกครองพิเศษมานาน มีองค์กรระดับชาติ มีกฎหมายของตัวเอง ดังนั้นชายแดนใต้ต้องการการกระจายอำนาจมากเป็นพิเศษ ต้องลดการรวมศูนย์อำนาจ

ทั้งนี้ ในเวทียังเห็นสอดคล้องกันว่า ต้องส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย และการใช้เสรีภาพทางการเมืองโดยสันติวิธี ต้องส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมเข้มแข็ง บนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงต้องทำให้การสื่อสารระหว่างประชาชนกับรัฐ มากกว่าการอยู่บนโต๊ะเจรจา เพื่อให้กระบวนการสร้างสันติภาพเกิดขึ้นได้จริง

The Active - Policy Watch Thai PBS ร่วมสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมทางนโยบายเพื่อการเป็นสังคมประชาธิปไตยแบบไตร่ตรอง (Deliberative Democracy) โดยนำข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีนี้ รวบรวมสู่แพลตฟอร์ม "Policy Watch" เครื่องมือสำคัญในการติดตามและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ที่ตอบโจทย์การเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเข้าใจง่าย และเป็นพื้นที่การสื่อสารข้อมูลความรู้ของภาคพลเมือง ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ www.thaipbs.or.th/PolicyWatch

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

? Website : www.thaipbs.or.th ? Application : Thai PBS? Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ