
อว. สนับสนุน กระทรวงกลาโหม นำสมรรถนะของบุคลากรวิจัยจากหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษา พัฒนานวัตกรรมด้วยงานวิจัยและพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและด้านความปลอดภัยของประเทศ
วันที่ 24 มีนาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมกับ กระทรวงกลาโหมโดย กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม จัดงาน นิทรรศการความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาเพื่อความมั่นคง" โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงาน, พลโท อัฐพงศ์ พิชญาภรณ์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กล่าวต้อนรับ พร้อมกันนี้ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะทำงานแผนงานการวิจัยและพัฒนาเพื่อดำรงสภาพยุทธโธปกรณ์ฯ วช. เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของ อว. และกระทรวงกลาโหม คณะนักวิจัย คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมงาน ณ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) จังหวัดนนทบุรี
นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า "นิทรรศการความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาเพื่อความมั่นคง" ในวันนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง กระทรวง อว. และกระทรวงกลาโหม ในการพัฒนางานวิจัยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ โดยมุ่งเน้น 1. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม 2. การสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง 3. การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ กองทัพ มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย โดยงานวิจัยสำคัญที่นำเสนอ อาทิ เทคโนโลยียุทโธปกรณ์ ระบบเรดาร์และ UAVs และการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้า และใช้เทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งภาคทหารและพลเรือน นอกจากนี้ กระทรวง อว.ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรผ่านเครือข่ายความร่วมมือ การสนับสนุนทุนวิจัย และการบูรณาการระหว่างภาครัฐ กองทัพ มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศไทยในด้านเทคโนโลยีความมั่นคงและความยั่งยืน
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้ กระทรวง อว. ขอรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน "นิทรรศการความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาเพื่อความมั่นคง" ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ โดยมีเป้าหมายหลัก 4 ประการ ได้แก่1) เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านความมั่นคง ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกองทัพ รวมถึงขยายผลการวิจัยสู่การนาไปใช้ประโยชน์ด้านความมั่นคงและเชิงพาณิชย์ (Dual Use Technology) เพื่อสนับสนุนการพึ่งพาตนเองของประเทศ 2) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม ทั้งนักวิจัย นักนวัตกร และนักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้และทักษะที่ตอบสนองต่อการพัฒนาของอุตสาหกรรมความมั่นคง 3) เพื่อสร้างความร่วมมือและเครือข่ายในการวิจัยและพัฒนา ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และกองทัพ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ 4) เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนและสังคมในความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศ และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
พลโท อัฐพงศ์ พิชญาภรณ์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กล่าวว่า ความสำคัญของการร่วมมือกันในงานวิจัยการพัฒนาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมทั้งการสนับสนุนจากหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่สามารถรองรับความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต พิธีส่งมอบ 36 ผลงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมด้านความมั่นคง ซึ่งได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงและด้านความปลอดภัยต่อไป
วันนี้ วช. ร่วมกับกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ จัดพิธีส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรม รวม 36 ชิ้น ครอบคลุมงานด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์ได้ในมิติอื่นๆ อาทิ การจัดการภัยพิบัติและการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังจัดแสดงผลงานวิจัย รวม 56 ชิ้น โดยแบ่งเป็น ผลงานพร้อมส่งมอบ 36 ชิ้น ผลงานจากเหล่าทัพ 20 ชิ้น การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 10 โซนสำคัญ อาทิ ระบบอำนวยการรบ อาวุธปืนขนาดเล็ก ระบบรถถังระบบฝึกซ้อมรบ เทคโนโลยี UAV ระบบเรดาร์และโซนาร์ และเทคโนโลยีสองทาง นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย มีการเสวนาในหัวข้อ "เทคโนโลยีเรดาร์ โซนาร์ และประโยชน์สองทางเพื่อความมั่นคง" โดยผู้แทนจากภาครัฐและเหล่าทัพ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด การจัดพิธีส่งมอบผลงานวิจัยและนิทรรศการในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา วช. และกระทรวงกลาโหมจะมุ่งมั่นสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีด้านความมั่นคงของประเทศ
งานนิทรรศการประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "พลังแห่งความร่วมมือเพื่อความมั่นคงของประเทศ" โดย นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
นอกจากนี้ยังมีการเสวนาในหัวข้อ "นโยบายการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศ" โดย ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง คล้าย หนอง สรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะทำงานแผนงานการวิจัยและพัฒนาเพื่อดำรงสภาพยุทธโธปกรณ์ฯ วช. และ พลโท อัฐพงศ์ พิชญาภรณ์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม
อีกทั้งยังมีการเสวนาเรื่อง "เทคโนโลยีเรดาร์และโซนาร์ : ประโยชน์สองทางเพื่อความมั่นคง" โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อุดมเกียรติ นนทแก้วประธานคณะทำงานแผนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเรดาร์เพื่อสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และประยุกต์ใช้เพื่อความมั่นคง วช. นาวาอากาศเอก รณชิตร วิจิตรผู้อำนวยการกองกิจการอวกาศ ศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ พลเรือตรี อนุสรณ์ ยังคุ้มญาติ รองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ พันเอก กานต์ รามศิริ ผู้บังคับการศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 2 ซึ่งดำเนินรายการโดย นาวาอากาศโท พีระยุทธ สารตายน
ในช่วงท้ายของงาน ประธานในพิธีได้เยี่ยมชมนิทรรศการที่จัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านความมั่นคง ซึ่งแสดงให้เห็นขีดความสามารถของนักวิจัยไทย ในการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์ทั้งด้านความมั่นคงและการนำเทคโนโลยีไปสนับสนุนในภารกิจร่วมดำเนินการด้านอื่นๆ อาทิ ด้านการบรรเทาสาธารณภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ด้านสวัสดิภาพสาธารณะและด้านความปลอดภัยของภาคประชาชน เป็นต้น