
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข จัดสัมมนาพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สถาบันการศึกษาภาครัฐและเอกชน เดินหน้าพัฒนา ควบคุม กำกับมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนด้านการบริการเพื่อสุขภาพ รวมถึงสร้างความรู้ ความเข้าใจในการเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่มีคุณภาพ พร้อมส่งบุคลากรด้านการบริการเพื่อสุขภาพสู่การทำงานจริง
ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง ซึ่งกรม สบส. มีนโยบายในการดำเนินงานเพื่อตอบรับกับแผนชาติ ด้วยการส่งเสริม พัฒนาควบคุม กำกับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ บุคลากร และมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพของสถาบันการศึกษา หน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ผ่านการอนุญาต 17,093 แห่ง แบ่งเป็น กิจการสปา 1,153 แห่ง กิจการนวดเพื่อสุขภาพ 14,673 แห่ง กิจการนวดเพื่อเสริมความงาม 233 แห่งและกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง 1,034 แห่ง และมีสถาบันการศึกษาที่ผ่านการรับรองหลักสูตรฯจากกรม สบส. 621 สถาบัน ได้แก่ หลักสูตรนวดสปา 419 แห่ง หลักสูตรผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง 202 แห่งและเพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนา ควบคุม กำกับมาตรฐานสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และยกระดับมาตรฐานการศึกษาและการฝึกปฏิบัติการทำงานจริงไปพร้อมกับการเรียนรู้ให้มีคุณภาพสูงขึ้น ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอย่างยั่งยืน จึงได้จัดสัมมนาพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษา หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆที่จัดการเรียนการสอนด้านการบริการเพื่อสุขภาพ และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพขึ้น
ทันตแพทย์อาคม รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า การสัมมนาครั้งนี้นับเป็นการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ สร้างกระบวนการพัฒนาบุคลากรและการให้บริการที่เป็นมาตรฐาน ตลอดจนถือเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคด้านการบริการเพื่อสุขภาพ ทำให้ผู้รับบริการในสถานประกอบการได้รับการบริการและการดูแลที่มีคุณภาพมาตรฐานจากบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อให้เศรษฐกิจสุขภาพเติบโตอย่างยั่งยืน