
"ซีอาร์จี"(CRG) ผู้นำธุรกิจเชนร้านอาหารระดับแถวหน้าของไทย พร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมุ่งหน้าสู่ความท้าทายบทใหม่ ประกาศเดินเครื่องเต็มกำลัง ทุ่มงบ 1 พันล้านบาท รุกตลาดปี 68 ด้วยแผนขับเคลื่อนองค์กรเติบโต ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก เติบโต - ขับเคลื่อน - เสริมสร้าง - ยั่งยืน พร้อมชู Delicious Lab ทีมนักพัฒนาสร้างสรรค์ความอร่อยที่เหนือกว่า รังสรรค์เมนูที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติที่ถูกใจคนยุคใหม่ พร้อมต่อยอดสู่ความสำเร็จ หวังรายได้เพิ่ม 13% พร้อมเปิดสาขาใหม่กว่า 120 - 140 สาขา เตรียมเล็งแบรนด์ใหม่เสริมทัพ เปิดโอกาสพาร์ตเนอร์จับมือสร้างความมั่นคั่งไปพร้อมกัน ตั้งเป้าโกยยอด 17,900 ล้านบาท ทะยานสู่ความแข็งแกร่งและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ
ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เปิดเผยในงานแถลงข่าว "Celebrating Success, Challenging Excellence" ถึงภาพรวมธุรกิจร้านอาหารใน ปี 2567 ที่ผ่านมา มีความท้าทายจากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่ ๆ ที่เพิ่มการแข่งขันในตลาด ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ซีอาร์จีเติบโต 9% ปิดรายได้ทะลุ 15,800 ล้านบาท มีจำนวนสาขามากกว่า 1,300 สาขาทั่วประเทศ และเปิดแบรนด์น้องใหม่ 2 แบรนด์ ได้แก่ NAMA Japanese and Seafood Buffet และ Katsu Midori Sushi พร้อมทั้งปรับโฉม Katsuya Flagship @ Central World เป็นต้น
"ปี 67 เราสร้างความสำเร็จ เป็นที่น่าจดจำและถูกพูดถึงในวงกว้างจากกลยุทธ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์และเข้าถึง เริ่มจาก แบรนด์ MISTER DONUT เปิดตัว White Pon De Ring สร้างปรากฏการณ์ยอดขายทะลุ 3.6 ล้านชิ้น สร้างรายได้แตะ 70 ล้านบาท ต่อด้วยการปรับโฉมร้าน KFC สาขาแรกของไทย ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ด้วยการพาย้อนความทรงจำในวันวาน ท่ามกลางความล้ำนำสมัยของจุดคีออสสั่งอาหาร รวมถึงการสร้างบรรยากาศ Japanese style ผสานความดั้งเดิมแบบโมเดิร์นได้อย่างลงตัวของ KATSUYA Flagship Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ จนสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังต่อยอดสร้างกระแสไวรัลกับวิดีโอคลิป How To Cook จากแบรนด์ PEPPER LUNCH เผยขั้นตอนวิธีปรุงความอร่อยจนเกิดเป็นกระแสลองทำตาม ต่อด้วย AUNTIE ANNE'S Meet & Eat Wish Gulf การดึงศิลปินวัยรุ่น กลัฟ - คณาวุฒิ เป็นพรีเซ็นเตอร์ สื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Gen Z อย่างได้ผล นอกจากนี้ยังเปิดแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์ NAMA Japanese and Seafood Buffet และ Katsu Midori Sushi
กล่าวได้ว่า เรามีความตั้งใจสร้างสรรค์ทุกแบรนด์ในเครือให้เป็นมากกว่าร้านอาหาร พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษในทุกมื้อและทุกวัน ส่งผลให้แบรนด์ในเครือ และ ซีอาร์จี ได้รับรางวัลการันตีผลงานด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ รางวัล Marketeer : No.1 Brand Thailand 2023 ของแบรนด์ MISTER DONUT ในหมวดร้านโดนัทยอดนิยมสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และ AUNTIE ANNE'S รับรางวัลในหมวดร้านเบเกอรี่เฉพาะทางต่อเนื่องเป็นปีที่ 3, รางวัล สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม Great Place To Work รวมไปถึงรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ระดับดีเยี่ยมต่อเนื่อง 10 ปีติดต่อกัน โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น"
นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการ CSR อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ KFC Harvest บริจาคไก่ทอดรวมกว่า 7 แสนชิ้น มูลค่า 32 ล้านบาท, โครงการ CRG Surplus Food โดยแบรนด์ MISTER DONUTบริจาคโดนัทส่วนเกินจากการจัดจำหน่าย ให้แก่มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) และ มูลนิธิ วีวี แชร์ รวมจำนวนกว่า 7 แสนชิ้น, โครงการ ฟาร์มสามารถ ที่ SALAD FACTORY สนับสนุนงบประมาณรวม 1 ล้านบาท รวมถึง โครงการ ไม่เทรวม x CPN โดยแบรนด์ส่วนใหญ่ของ CRG ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งสามารถลดปริมาณขณะอาหารก่อนนำไปทิ้งฝังกลบได้กว่า 75 ตัน
ณัฐ วงศ์พานิช กล่าวต่อว่า ทุกความสำเร็จเป็นเหมือนพลังสำคัญ ให้ซีอาร์จีเดินหน้าก้าวต่อไปใน ปี 2568 นี้ ซึ่งบริษัทฯ คาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยออกมาเป็น 8 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ 1. ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 จะเติบโตอยู่ที่ราว 5 - 7% มูลค่ารวม 572,000 ล้านบาท 2. แบรนด์ร้านอาหารหน้าใหม่ยังคงตบเท้าเข้าสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะอยู่รอดในตลาดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งและการบริหารจัดการในระยะยาว 3. การวางแผนรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์เกิดใหม่ และแบรนด์จากต่างประเทศ 4. แนวโน้มความนิยมสินค้าหรือการบริการในระดับพรีเมี่ยมที่เพิ่มสูงขึ้น ลูกค้ายอมจ่ายแพงเพื่อแลกกับคุณภาพที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ หรือ แพคเกจจิ้ง 5. วงจรของแบรนด์สินค้าจะมีอายุที่สั้นลง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เบื่อง่าย เปิดใจทดลองอาหารหรือการบริการใหม่อยู่ตลอดเวลา 6. แบรนด์ต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ ทันกระแส และวางแผนการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกแพลตฟอร์ม 7. ทางรอดของแบรนด์คือการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา 8. ความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการค่าแรงพนักงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน
โดยในปี 2568 ซีอาร์จีได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย
- CARE for People & Partner การดูแลบุคลากร และ พันธมิตรด้านธุรกิจ พร้อมเปิดกว้างรับความหลากหลาย สร้างความเท่าเทียม และสร้างสมดุลในการทำงานเพื่อให้พนักงานมีความสุข มีความผูกพันกับองค์กร ตลอดจนการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรอย่างมีธรรมาภิบาล
- REDUCE Greenhouse Gases ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม ด้วยการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานทดแทน โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงานลง 2% ซึ่งในปี 2567 ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ ขยายการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 3 แห่ง ไปยังสาขาของแบรนด์เคเอฟซี และ แบรนด์สลัดแฟคทอรี่ รวมปัจจุบันมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 16 แห่ง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 963,512.59 กิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 0.96 ของการใช้พลังงานทั้งหมด สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 481.66 tCO2e ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้าน ESG และสนับสนุนเป้าหมายด้าน Net Zero ขององค์กร
- GREEN Waste & Environment ลดปริมาณขยะอาหารที่เกิดจากการใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหาร ดำเนินงานต่อเนื่องในโครงการ CRG Food Waste : Journey to Zero ร่วมมือกับ เซ็นทรัลพัฒนา ในโครงการ "ไม่เทรวม" และ CRG Surplus Food โครงการส่งมอบอาหารคุณภาพดีส่วนเกินจากการจำหน่าย ให้กับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอสโอเอส ประเทศไทย และมูลนิธิ วีวี แชร์ เพื่อไปบริจาคให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร ผู้ยากไร้ กลุ่มเปราะบาง โดยบริจาคโดนัทจากแบรนด์มิสเตอร์ โดนัท
ขณะที่ กณพ ศรีอาวุธ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่าย Food Innovation บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้นำทีม Delicious Lab ด้วยคอนเซ็ปต์ "Where Innovation Meets Taste" หรือ "ผสานนวัตกรรม สู่รสชาติที่เหนือกว่า" กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากสื่อโซเชียล โดยทีมทำหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าจากการสำรวจตลาด ศึกษาลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล โดยทำงานร่วมกับฝ่ายการตลาด จนไปถึง Partner และ Supplier จนกว่าจะเป็นสินค้าใหม่ออกมา ซึ่งจะโฟกัสกลยุทธ์ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. Quality = Delicious จากปีที่ผ่านมาเราสร้างการเติบโตด้วยวิธีการรับประทานใหม่ ๆ เช่นการรับประทาน Tonkatsu Nabe ทั้งแบบ Sukiyaki, Cheese sauce โดยปีนี้ จะชูจุดแข็งของคุณภาพวัตถุดิบ ซึ่งลูกค้าหลาย ๆ ท่านยังไม่ทราบว่าร้าน Katsuya และ Ootoya เราใช้หมูสด ไม่แช่แข็ง เกล็ดขนมปังชั้นดี ซอสที่คัดสรร และปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้งนี้ เราจะยังพัฒนาคุณภาพต่อในส่วนของกลุ่ม Bakery cuisine ทั้งความนุ่ม ความสดใหม่ของการผลิต 2. Premium Affordable การที่แบรนด์ของเราเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง การนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่า การใช้วัตถุดิบพรีเมี่ยม หรือนำเข้า โดยเป็นรสชาติ และ Taste profile ที่ลูกค้ารับรู้อยู่แล้วว่าเป็นของดี ของแพง แต่ราคาเข้าถึงได้ง่าย เช่น อานตี้ แอนส์ เราประสบความสำเร็จทุก ๆ ครั้ง ที่ออกโปรโมชั่นเกี่ยวกับทรัฟเฟิล แฮมชีส หรือล่าสุดการเติมไข่กุ้ง (เอบิโกะ) ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้เรายังใช้กลยุทธ์นี้ในแบรนด์อื่น ๆ 3. Innovation คือการตอกย้ำการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม แป้งโดนัทชนิดใหม่ ๆ เช่นในปีที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จอย่างมากจากโดนัท ไวท์พอนเดอริง และแป้งข้าวญี่ปุ่นคุมาโมโต้ ซึ่งนำเสนอเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบที่คนไทยชื่นชอบ ในปีนี้เรายังต่อยอดจากความสำเร็จด้วย โดนัท ไวท์ พอนเดอริง สตรอเบอรี่ ที่มีไอเดียจากความนิยมในการทานสตรอเบอรี่คู่กับนมข้นหวานของชาวญี่ปุ่น แต่เรามาปรับการนำเสนอเป็น โดนัท ไวท์ พอนเดอริง ที่มีสีชมพูสดใสของรสชาติสตรอเบอรี่
จับตากลยุทธ์แห่งปี 2568 กับการถือธงนำธุรกิจเชนร้านอาหารของซีอาร์จี ในปีแห่งความท้าทาย กับการขับเคลื่อนแบรนด์ 21 แบรนด์ พร้อมแบรนด์ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพ รวมความยิ่งใหญ่กับสาขากว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ