CIBA DPU จับมือ ออมสิน เปิดโครงการ 'ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2568' ปีที่ 7

ข่าวทั่วไป Friday April 4, 2025 17:28 —ThaiPR.net

CIBA DPU จับมือ ออมสิน เปิดโครงการ 'ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2568' ปีที่ 7

CIBA DPU จับมือ ออมสิน เปิดโครงการ 'ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2568' ปีที่ 7 หนุนนักศึกษาลงพื้นที่ นนทบุรี-นครปฐม พลิกโฉมผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจฐานราก

วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ ธนาคารออมสิน เปิดตัว "โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2568" โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษานำความรู้ภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

อาจารย์สุรชัย สวนทับทิม รองคณบดีและหัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศและสาขาวิชาการจัดการ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการฯ เปิดเผยว่า CIBA ได้เข้าร่วมโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยยังคงยึดกรอบการดำเนินการในแนวทางส่งเสริมให้นักศึกษานำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน โครงการฯดังกล่าว ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารออมสิน ภาค 5 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี โดยได้จัดส่งนักศึกษาจำนวน 5 กลุ่ม จาก 3 คณะ ได้แก่ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี คณะศิลปกรรมศาสตร์ และคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ลงพื้นที่เพื่อศึกษาและเก็บข้อมูลจาก 5 ชุมชนในจังหวัดนนทบุรีและนครปฐมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายหลังจากการลงพื้นที่ นักศึกษาได้ดำเนินการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและนำเสนอแนวทางการแก้ไขต่อธนาคารออมสินและคณะกรรมการในการนำเสนอโครงการย่อย โดยคณะกรรมการได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณาที่มุ่งเน้นให้การดำเนินโครงการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก มีแผนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม และสามารถพัฒนาชุมชนให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

โดยนักศึกษาได้นำเสนอโครงการย่อยจาก 5 ชุมชน ประกอบด้วย

  • ทีมวิจิตรนนทรี นำเสนอผลิตภัณฑ์ผ้าทอลายวิจิตรนนทรี จากศูนย์วิสาหกิจทอผ้าจังหวัดนนทบุรี กลุ่มรวมใจรักษ์มหาสวัสดิ์ วัดโคนอนมหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี
  • ทีม U Want We Take นำเสนอผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านท่าอิฐสัมพันธ์ บ้านวัดแดง จ.นนทบุรี
  • ทีม Little Roukies นำเสนอผลิตภัณฑ์อาหาร (ไส้กรอก) จากชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านขวัญเมือง จ.นนทบุรี
  • ทีม Roots & Routes นำเสนอการพัฒนาธุรกิจและบริการท่องเที่ยว จากกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านยางพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
  • ทีม Summit Seekers นำเสนอวิสาหกิจชุมชนเสื้อผ้าสำเร็จรูปและมัดย้อม (วงเดือนมัดย้อม: WONGDUENMATYOM) จ.นนทบุรี
  • อาจารย์สุรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการ คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในชุมชนและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน โดยในแต่ละปีจะมี 5 ชุมชนเข้าร่วมโครงการ โดยมาจากการสำรวจของมหาวิทยาลัย และธนาคารออมสิน หรือร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด (พช.) ในการคัดเลือกชุมชนที่มีสินค้าที่น่าสนใจ หรือชุมชนที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น เพื่อต่อยอดและพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจได้

    นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมีเงื่อนไขให้แต่ละมหาวิทยาลัยกลับไปติดตามผลชุมชนเดิมอย่างน้อย 2 ชุมชน เพื่อประเมินความก้าวหน้าและให้การสนับสนุนเพิ่มเติม โดยหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พบ คือ เรื่องแรงงานในชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ทำให้การพัฒนาชุมชนขาดความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ชุมชนที่เข้มแข็งและสานต่อโครงการได้ส่วนใหญ่มีเครือข่ายเข้ามาช่วยเหลือ จึงทำให้เกิดความยั่งยืนมากขึ้น

    อาจารย์สุรชัย กล่าวด้วยว่า จุดเด่นของโครงการออมสินยุวพัฒน์ฯ คือ นักศึกษาจากหลากหลายสาขาวิชาได้มาทำงานร่วมกัน เพื่อนำความรู้เฉพาะด้านมาบูรณาการช่วยเหลือชุมชน โดยเฉพาะด้านบัญชีที่มีความต้องการสูงในการช่วยชุมชนจัดทำบัญชีครัวเรือน คำนวณต้นทุน ค่าใช้จ่าย และรายได้ ส่วนด้านการตลาดก็จะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางการจัดจำหน่าย โดยปีนี้หลังผ่านการเสนอโครงการย่อย ลำดับถัดไปจะเป็นการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง จากนั้นจะมีการนำเสนอผลสัมฤทธิ์ของโครงการ โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เพื่อแข่งขันกับตัวแทนจากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศ

    "สิ่งที่นักศึกษาได้รับจากโครงการนี้ คือ โอกาสในการนำความรู้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติในสถานการณ์จริง พร้อมกับได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพในอนาคต ในขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินเพื่อสังคม มีบทบาทสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ผ่านการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการที่สร้างรายได้อย่างมั่นคง ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว" อาจารย์สุรชัย กล่าวทิ้งท้าย


    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ