กรุงเทพ--19 ก.ค--กระทรวงการต่างประเทศ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว รายงานว่า บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ ได้ตัดสินใจสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 2 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นของบริษัท ฮอนด้า ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปีพ.ศ. 2551และมีกำลังการผลิตรถยนต์ ปีละ 120,000 คัน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6,200 ล้านบาท และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 2,200 คน ซึ่งการสร้างโรงงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นยังคงมีความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และแนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจไทย
กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนเพิ่มเติมว่า Survey Report on Oversea Business Operations by Japanese Manufacturing Companies (Outlook for Japanese Foreign Direct Investment) ซึ่งจัดทำโดย Japan Bank for International Cooperation (JBIC Institute) ได้ชี้ให้เห็นว่า แม้นักลงทุนญี่ปุ่นจะให้ความสนใจทำการลงทุนระยะกลาง(ระยะ 3 ปีข้างหน้า)ในจีน อินเดีย และเวียดนาม แต่เมื่อพิจารณาการลงทุนจริง กลับพบว่า ไทยยังคงเป็นประเทศเป้าหมายหลักในการลงทุนของญี่ปุ่นในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับที่สองรองจากจีน โดยบริษัทญี่ปุ่นเห็นว่า ไทยเป็นฐานการตลาดสำหรับการเพิ่มยอดการจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และยังได้เปรียบเทียบความพร้อมของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ที่จะรองรับการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม ประกอบกับไทยมีระบบสาธารณูปโภคที่พัฒนาแล้วอีกด้วย (ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน)
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว รายงานว่า บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ ได้ตัดสินใจสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 2 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นของบริษัท ฮอนด้า ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปีพ.ศ. 2551และมีกำลังการผลิตรถยนต์ ปีละ 120,000 คัน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6,200 ล้านบาท และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 2,200 คน ซึ่งการสร้างโรงงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นยังคงมีความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และแนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจไทย
กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนเพิ่มเติมว่า Survey Report on Oversea Business Operations by Japanese Manufacturing Companies (Outlook for Japanese Foreign Direct Investment) ซึ่งจัดทำโดย Japan Bank for International Cooperation (JBIC Institute) ได้ชี้ให้เห็นว่า แม้นักลงทุนญี่ปุ่นจะให้ความสนใจทำการลงทุนระยะกลาง(ระยะ 3 ปีข้างหน้า)ในจีน อินเดีย และเวียดนาม แต่เมื่อพิจารณาการลงทุนจริง กลับพบว่า ไทยยังคงเป็นประเทศเป้าหมายหลักในการลงทุนของญี่ปุ่นในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับที่สองรองจากจีน โดยบริษัทญี่ปุ่นเห็นว่า ไทยเป็นฐานการตลาดสำหรับการเพิ่มยอดการจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และยังได้เปรียบเทียบความพร้อมของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ที่จะรองรับการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม ประกอบกับไทยมีระบบสาธารณูปโภคที่พัฒนาแล้วอีกด้วย (ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน)
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-