กรุงเทพ--9 พ.ย.--กระทรวงการต่างประเทศ
ในฐานะอดีตผู้แทนการค้าไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกาเป็นอย่างดี จึงไม่เป็นการยากที่ ดร. กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะสานต่อผลงานเดิมที่ได้ทำไว้ในอดีต ดังนั้น เมื่อมีโอกาสไปเยือนเปรูในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ดร. กันตธีร์ จึงได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของไทยให้มากที่สุด
ดร. กันตธีร์เปิดฉากการเยือนลาตินอเมริกาครั้งใหม่ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมกลุ่มประชาคมแอนเดียนที่กรุงลิมา เปรู และได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ถึงโอกาสที่เปรูและกลุ่มประเทศแอนเดียน กับไทยจะใช้ศักยภาพของแต่ละฝ่ายเพื่อเป็นประตูให้แก่ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายในการขยายฐานการค้าและการลงทุนเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มประชาคมแอนเดียนคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร ก็ขออธิบายสั้นๆ ว่า “แอนเดียน” คือ ประชาคมในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประกอบด้วย เปรู โบลิเวีย เอกวาดอร์ โคลอมเบีย และเวเนซูเอลา ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรรวมกันถึง 120 ล้านคน กลุ่มแอนเดียนเป็นประชาคมที่มีความก้าวหน้าในการรวมตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก และมีความร่วมมือที่ดีในด้านการค้า การลงทุนกับทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ การที่ไทยสามารถจับมือกับเปรูซึ่งมีบทบาทสำคัญในกลุ่มแอนเดียน จะทำให้ไทยสามารถขยายตลาดไปยังโบลิเวีย เอกวาดอร์ โคลอมเบีย และเวเนซูเอลา โดยใช้ฐานการค้าการลงทุนและความใกล้ชิดกับเปรู
เพื่อที่จะให้ไทยและเปรูจับมือกันทำธุรกิจการค้าได้อย่างแน่นแฟ้น ดร. กันตธีร์ได้ยกเรื่องการเร่งรัดการลงนามความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทย-เปรูขึ้นหารือกับประธานาธิบดีโทเลโดแห่งเปรู ซึ่งประธานาธิบดีเปรูก็เห็นพ้องด้วยและได้สั่งการให้ฝ่ายเปรูเจรจากับฝ่ายไทยด้วยท่าทีผ่อนปรน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุความตกลงดังกล่าวภายในเดือนพฤศจิกายน ศกนี้ และพร้อมที่จะให้ผู้นำไทยและเปรูประกาศความสำเร็จในช่วงประชุมผู้นำเอเปก ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้
นอกจากการผลักดันให้เกิดความคืบหน้าในกระบวนการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-เปรูอย่างสำคัญแล้ว ดร. กันตธีร์ยังได้พบปะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปรู ซึ่งมีผลการหารือออกมาอย่างสร้างสรรค์และสามารถนำไปสานต่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจของไทยได้ เพราะ ดร. กันตธีร์ได้เปิดเผยและชี้ให้เห็นถึงโอกาสทองที่รอนักธุรกิจไทยเข้าไปแสวงหาในลาตินอเมริกาในช่วงนี้
โอกาสทางธุรกิจของไทยในเปรูนี้ไม่ได้มาง่ายๆ หากไม่มีภาครัฐเข้าไปช่วยเคาะประตู หรือบุกเบิกทางให้แก่ภาคเอกชน เพราะระยะการเดินทางจากไทยไปเปรูห่างไกลกันตั้งครึ่งโลก และเมื่อไปถึงแล้วก็ไม่ทราบว่าจะไปลงทุนด้านใด และจะไปเจาะตลาดได้อย่างไร ผู้เขียนจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำโอกาสและช่องทางการทำธุรกิจของไทยในเปรูมาบอกกล่าวกันต่อไป
โอกาสทองโอกาสแรก คือ เปรูได้เชิญชวนนักลงทุนไทยไปร่วมทุนในการก่อสร้างทางด่วนจากเปรูออกสู่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของบราซิล เพื่อขนส่งสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ไปขายที่ประเทศจีน ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะช่วยย่นระยะทางและค่าขนส่งอย่างมหาศาล และจะเป็นทางด่วนสายเศรษฐกิจที่สำคัญของเปรูที่สามารถจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดเส้นทางในอนาคต
โอกาสที่สอง เปรูได้เชิญนักธุรกิจไทยเข้าไปรับสัมปทานป่าไม้ ซึ่งมีอยู่อย่างสมบูรณ์ เพื่อแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับส่งออกไปยังสหรัฐฯ และยุโรป โดยอาศัยความตกลงพิเศษด้านภาษีที่เปรูมีกับประเทศเหล่านี้ ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด ซึ่งดร. กันตธีร์เห็นเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจด้านเฟอร์นิเจอร์ของไทยจะอาศัยวัตถุดิบและการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ของเปรูให้เป็นประโยชน์ โดยไม่ต้องใช้ไม้ในประเทศไทยอันจะเป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมภายในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย
โอกาสที่สาม คือ เปรูยินดีต้อนรับภาคเอกชนไทยให้ไปสำรวจแหล่งน้ำมันในบริเวณที่ใกล้กับชายแดนเวเนซูเอลา ทั้งนี้ เนื่องจากเปรูมีแหล่งก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จึงน่าจะมีแหล่งน้ำมันในบริเวณดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ เปรูยังเชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในกิจการโรงแรม ร้านอาหาร และสปา โดยดร. กันตธีร์ได้เร่งรัดให้มีการจัดทำความตกลงด้านการบินระหว่างไทยและเปรูโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนสองฝ่ายไปมาหาสู่กันได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เชื่อว่าจากผลพวงจากการบุกเบิกลาตินอเมริกาดังกล่าวของรัฐมนตรีกันตธีร์และคณะ จะยังมีโอกาสและช่องทางที่แจ่มใสสำหรับภาคธุรกิจของไทยรออยู่อีกมากในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำเหมืองแร่ รวมทั้งการส่งสินค้าออกสำคัญของไทย เช่น ข้าว ไก่ และน้ำตาล ไปจำหน่ายยังภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะข้าว ซึ่งในการเยือนครั้งนี้ ฝ่ายเปรูยินยอมที่จะแจ้งการยกเลิกมาตรการกีดกันข้าวไทยให้องค์การการค้าโลกทราบ ทำให้ไทยสามารถส่งข้าวออกไปขายในเปรูได้ในเร็ววันนี้
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-
ในฐานะอดีตผู้แทนการค้าไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกาเป็นอย่างดี จึงไม่เป็นการยากที่ ดร. กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะสานต่อผลงานเดิมที่ได้ทำไว้ในอดีต ดังนั้น เมื่อมีโอกาสไปเยือนเปรูในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ดร. กันตธีร์ จึงได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของไทยให้มากที่สุด
ดร. กันตธีร์เปิดฉากการเยือนลาตินอเมริกาครั้งใหม่ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมกลุ่มประชาคมแอนเดียนที่กรุงลิมา เปรู และได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ถึงโอกาสที่เปรูและกลุ่มประเทศแอนเดียน กับไทยจะใช้ศักยภาพของแต่ละฝ่ายเพื่อเป็นประตูให้แก่ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายในการขยายฐานการค้าและการลงทุนเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มประชาคมแอนเดียนคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร ก็ขออธิบายสั้นๆ ว่า “แอนเดียน” คือ ประชาคมในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประกอบด้วย เปรู โบลิเวีย เอกวาดอร์ โคลอมเบีย และเวเนซูเอลา ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรรวมกันถึง 120 ล้านคน กลุ่มแอนเดียนเป็นประชาคมที่มีความก้าวหน้าในการรวมตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก และมีความร่วมมือที่ดีในด้านการค้า การลงทุนกับทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ การที่ไทยสามารถจับมือกับเปรูซึ่งมีบทบาทสำคัญในกลุ่มแอนเดียน จะทำให้ไทยสามารถขยายตลาดไปยังโบลิเวีย เอกวาดอร์ โคลอมเบีย และเวเนซูเอลา โดยใช้ฐานการค้าการลงทุนและความใกล้ชิดกับเปรู
เพื่อที่จะให้ไทยและเปรูจับมือกันทำธุรกิจการค้าได้อย่างแน่นแฟ้น ดร. กันตธีร์ได้ยกเรื่องการเร่งรัดการลงนามความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทย-เปรูขึ้นหารือกับประธานาธิบดีโทเลโดแห่งเปรู ซึ่งประธานาธิบดีเปรูก็เห็นพ้องด้วยและได้สั่งการให้ฝ่ายเปรูเจรจากับฝ่ายไทยด้วยท่าทีผ่อนปรน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุความตกลงดังกล่าวภายในเดือนพฤศจิกายน ศกนี้ และพร้อมที่จะให้ผู้นำไทยและเปรูประกาศความสำเร็จในช่วงประชุมผู้นำเอเปก ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้
นอกจากการผลักดันให้เกิดความคืบหน้าในกระบวนการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-เปรูอย่างสำคัญแล้ว ดร. กันตธีร์ยังได้พบปะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปรู ซึ่งมีผลการหารือออกมาอย่างสร้างสรรค์และสามารถนำไปสานต่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจของไทยได้ เพราะ ดร. กันตธีร์ได้เปิดเผยและชี้ให้เห็นถึงโอกาสทองที่รอนักธุรกิจไทยเข้าไปแสวงหาในลาตินอเมริกาในช่วงนี้
โอกาสทางธุรกิจของไทยในเปรูนี้ไม่ได้มาง่ายๆ หากไม่มีภาครัฐเข้าไปช่วยเคาะประตู หรือบุกเบิกทางให้แก่ภาคเอกชน เพราะระยะการเดินทางจากไทยไปเปรูห่างไกลกันตั้งครึ่งโลก และเมื่อไปถึงแล้วก็ไม่ทราบว่าจะไปลงทุนด้านใด และจะไปเจาะตลาดได้อย่างไร ผู้เขียนจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำโอกาสและช่องทางการทำธุรกิจของไทยในเปรูมาบอกกล่าวกันต่อไป
โอกาสทองโอกาสแรก คือ เปรูได้เชิญชวนนักลงทุนไทยไปร่วมทุนในการก่อสร้างทางด่วนจากเปรูออกสู่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของบราซิล เพื่อขนส่งสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ไปขายที่ประเทศจีน ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะช่วยย่นระยะทางและค่าขนส่งอย่างมหาศาล และจะเป็นทางด่วนสายเศรษฐกิจที่สำคัญของเปรูที่สามารถจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดเส้นทางในอนาคต
โอกาสที่สอง เปรูได้เชิญนักธุรกิจไทยเข้าไปรับสัมปทานป่าไม้ ซึ่งมีอยู่อย่างสมบูรณ์ เพื่อแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับส่งออกไปยังสหรัฐฯ และยุโรป โดยอาศัยความตกลงพิเศษด้านภาษีที่เปรูมีกับประเทศเหล่านี้ ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด ซึ่งดร. กันตธีร์เห็นเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจด้านเฟอร์นิเจอร์ของไทยจะอาศัยวัตถุดิบและการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ของเปรูให้เป็นประโยชน์ โดยไม่ต้องใช้ไม้ในประเทศไทยอันจะเป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมภายในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย
โอกาสที่สาม คือ เปรูยินดีต้อนรับภาคเอกชนไทยให้ไปสำรวจแหล่งน้ำมันในบริเวณที่ใกล้กับชายแดนเวเนซูเอลา ทั้งนี้ เนื่องจากเปรูมีแหล่งก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จึงน่าจะมีแหล่งน้ำมันในบริเวณดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ เปรูยังเชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในกิจการโรงแรม ร้านอาหาร และสปา โดยดร. กันตธีร์ได้เร่งรัดให้มีการจัดทำความตกลงด้านการบินระหว่างไทยและเปรูโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนสองฝ่ายไปมาหาสู่กันได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เชื่อว่าจากผลพวงจากการบุกเบิกลาตินอเมริกาดังกล่าวของรัฐมนตรีกันตธีร์และคณะ จะยังมีโอกาสและช่องทางที่แจ่มใสสำหรับภาคธุรกิจของไทยรออยู่อีกมากในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำเหมืองแร่ รวมทั้งการส่งสินค้าออกสำคัญของไทย เช่น ข้าว ไก่ และน้ำตาล ไปจำหน่ายยังภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะข้าว ซึ่งในการเยือนครั้งนี้ ฝ่ายเปรูยินยอมที่จะแจ้งการยกเลิกมาตรการกีดกันข้าวไทยให้องค์การการค้าโลกทราบ ทำให้ไทยสามารถส่งข้าวออกไปขายในเปรูได้ในเร็ววันนี้
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-