กรุงเทพ--18 ส.ค.--กระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 นาย Richard Shelby ประธานคณะกรรมาธิการธนาคาร การเคหะ และกิจการชุมชน วุฒิสภาสหรัฐฯ พร้อมด้วยคณะประกอบด้วยนาย Frank Lautenberg สมาชิกวุฒิสภา พรรคเดโมแครต มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ และนาย Robert Cramer สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครต มลรัฐแอละแบมา ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่กระทรวงการ ต่างประเทศ โดยภายหลังการพบหารือดังกล่าว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อธิบดีกรม สารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ดังนี้
1. ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายต่างเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นความสัมพันธ์พิเศษ นอกจากจะมีความยาวนานทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีความร่วมมือในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งทางฝ่ายสหรัฐฯ ก็ชื่นชมความร่วมมือของไทยในด้านนี้ และขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้ส่งบุคลากรของไทยเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูประเทศอิรัก นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังแสดงความชื่นชมความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองและบทบาทของไทยใน อัฟกานิสถานและติมอร์ตะวันออกด้วย
2. ในขณะนี้ความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญก็คือ ในด้านการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งในกระบวนการเจรจาดังกล่าวคงต้องใช้ระยะเวลาเนื่องจากครอบคลุมความสัมพันธ์ในหลายด้านด้วยกัน โดยเฉพาะในระยะเวลานี้ซึ่งสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมการเลือกตั้งประธานาธิบดี ถึงแม้จะไม่ส่งผลต่อการเจรจาโดยตรง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงในการเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีระหว่างกันด้วย
3. การหารือในส่วนที่เกี่ยวกับการเจรจาการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ แม้จะไม่ได้ลงไปในรายละเอียด แต่สหรัฐฯ ก็ให้ความสนใจอย่างมากในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สิน ทางปัญญา ในส่วนของฝ่ายไทยนั้นมีความกังวลในการที่สหรัฐฯ อาจจะเชื่อมโยงเรื่องของมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านแรงงานมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการค้า ซึ่งไทยเห็นว่าเรื่อง สิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองแรงงานก็มีความสำคัญ แต่ก็ไม่น่าจะนำมาเกี่ยวโยงกับการเจรจาทางการค้า อีกเรื่องหนึ่งที่ไทยให้ความสำคัญในกรอบการเจรจาการค้าเสรีก็คือ การเคลื่อนย้ายนักธุรกิจระหว่างประเทศทั้งสอง ไทยเห็นว่าการส่งเสริมการค้าควรจะให้ความสำคัญกับการที่นักธุรกิจของสองประเทศจะสามารถเดินทางระหว่างสองประเทศได้โดยเสรี (Mobility of Business People) ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ฝ่ายไทยให้ความสำคัญในการเจรจาเขตการค้าเสรีกับสหรัฐฯ ประเด็นหนึ่ง
4. คณะจากรัฐสภาสหรัฐฯ ได้หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องสถานการณ์ในภูมิภาค เช่น บทบาทของจีน สถานการณ์ในอินโดนีเซีย และสถานการณ์ทางภาคใต้ของไทย ซึ่งในส่วนของสถานการณ์ทางภาคใต้ของไทยนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศอย่างแน่นอน แต่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับต่างชาติในเรื่องครูสอนศาสนาต่างชาติที่ เข้ามาและมีการบิดเบือนคำสอนจนนำไปสู่เหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมา ในเรื่องของสถานการณ์ในจีนนั้น ฝ่ายสหรัฐฯ สนใจสอบถามความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ได้แสดงความเห็นว่าจีนเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงและความก้าวหน้าของภูมิภาค โดยขณะนี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนก็มีความสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของภูมิภาค
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 นาย Richard Shelby ประธานคณะกรรมาธิการธนาคาร การเคหะ และกิจการชุมชน วุฒิสภาสหรัฐฯ พร้อมด้วยคณะประกอบด้วยนาย Frank Lautenberg สมาชิกวุฒิสภา พรรคเดโมแครต มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ และนาย Robert Cramer สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครต มลรัฐแอละแบมา ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่กระทรวงการ ต่างประเทศ โดยภายหลังการพบหารือดังกล่าว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อธิบดีกรม สารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ดังนี้
1. ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายต่างเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นความสัมพันธ์พิเศษ นอกจากจะมีความยาวนานทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีความร่วมมือในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งทางฝ่ายสหรัฐฯ ก็ชื่นชมความร่วมมือของไทยในด้านนี้ และขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้ส่งบุคลากรของไทยเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูประเทศอิรัก นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังแสดงความชื่นชมความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองและบทบาทของไทยใน อัฟกานิสถานและติมอร์ตะวันออกด้วย
2. ในขณะนี้ความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญก็คือ ในด้านการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งในกระบวนการเจรจาดังกล่าวคงต้องใช้ระยะเวลาเนื่องจากครอบคลุมความสัมพันธ์ในหลายด้านด้วยกัน โดยเฉพาะในระยะเวลานี้ซึ่งสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมการเลือกตั้งประธานาธิบดี ถึงแม้จะไม่ส่งผลต่อการเจรจาโดยตรง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงในการเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีระหว่างกันด้วย
3. การหารือในส่วนที่เกี่ยวกับการเจรจาการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ แม้จะไม่ได้ลงไปในรายละเอียด แต่สหรัฐฯ ก็ให้ความสนใจอย่างมากในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สิน ทางปัญญา ในส่วนของฝ่ายไทยนั้นมีความกังวลในการที่สหรัฐฯ อาจจะเชื่อมโยงเรื่องของมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านแรงงานมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการค้า ซึ่งไทยเห็นว่าเรื่อง สิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองแรงงานก็มีความสำคัญ แต่ก็ไม่น่าจะนำมาเกี่ยวโยงกับการเจรจาทางการค้า อีกเรื่องหนึ่งที่ไทยให้ความสำคัญในกรอบการเจรจาการค้าเสรีก็คือ การเคลื่อนย้ายนักธุรกิจระหว่างประเทศทั้งสอง ไทยเห็นว่าการส่งเสริมการค้าควรจะให้ความสำคัญกับการที่นักธุรกิจของสองประเทศจะสามารถเดินทางระหว่างสองประเทศได้โดยเสรี (Mobility of Business People) ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ฝ่ายไทยให้ความสำคัญในการเจรจาเขตการค้าเสรีกับสหรัฐฯ ประเด็นหนึ่ง
4. คณะจากรัฐสภาสหรัฐฯ ได้หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องสถานการณ์ในภูมิภาค เช่น บทบาทของจีน สถานการณ์ในอินโดนีเซีย และสถานการณ์ทางภาคใต้ของไทย ซึ่งในส่วนของสถานการณ์ทางภาคใต้ของไทยนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศอย่างแน่นอน แต่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับต่างชาติในเรื่องครูสอนศาสนาต่างชาติที่ เข้ามาและมีการบิดเบือนคำสอนจนนำไปสู่เหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมา ในเรื่องของสถานการณ์ในจีนนั้น ฝ่ายสหรัฐฯ สนใจสอบถามความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ได้แสดงความเห็นว่าจีนเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงและความก้าวหน้าของภูมิภาค โดยขณะนี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนก็มีความสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของภูมิภาค
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-