กรุงเทพ--11 ก.พ.--กระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่สนามบินก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนจังหวัดอาเจห์ของอินโดนีเซีย มีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้
ดร. สุรเกียรติ์ กล่าวว่าเดินทางเยือนจังหวัดอาเจห์ของอินโดนีเซียครั้งนี้ในฐานะตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและเพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียที่ประสบความเดือดร้อนในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีโอกาสพบและสอบถามความต้องการจากผู้แทนอินโดนีเซียที่เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยความร่วมมือในภูมิภาคเกี่ยวกับการจัดการเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าในกรณีคลื่นยักษ์ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเดือนมกราคม 2548 ซึ่งผู้แทนอินโดนีเซียได้แจ้งว่าต้องการได้รับความช่วยเหลือในกระบวนการฟื้นฟูวิถีชีวิตและฝึกอาชีพต่าง ๆ อย่างไรก็ตามในขณะนี้อินโดนีเซียต้องการความช่วยเหลือเรื่องน้ำดื่มที่สะอาด ผ้าห่ม และเสื้อผ้า ในการนี้ ดร. สุรเกียรติ์ ได้มอบสิ่งของต่าง ๆ ให้แก่นาย Alwi Shihab รัฐมนตรีประสานความร่วมมือด้านสวัสดิการสังคมของอินโดนีเซียซึ่งรับผิดชอบการประสานความช่วยเหลือจากต่างประเทศในจังหวัดอาเจห์
ในการเดินทางเยือนจังหวัดอาเจห์ครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาทิ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รองอธิบดีกรมประมง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ซึ่งดูแลด้านความช่วยเหลือทางวิชาการ เพื่อหารือกับฝ่ายอินโดนีเซียเพื่อรับทราบความต้องการต่าง ๆ เช่น การฟื้นฟูอาชีพ การประมงหรือการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ประสบความเสียหาย ซึ่งฝ่ายไทยสามารถที่จะถ่ายทอดประสบการณ์และการจัดการฝึกอบรมด้านวิชาการต่าง ๆ ให้ รวมทั้งการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงออกซึ่งความพร้อมของไทยที่จะให้ความร่วมมือกับฝ่ายอินโดนีเซียในมาตรการฟื้นฟูระยะกลางและระยะยาวเพื่อให้ชาวอินโดนีเซียสามารถมีอาชีพและพึ่งพาตัวเองได้
ทั้งนี้ จากการหารือกับนาย Alwi Shihab ทราบว่าในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 ฝ่ายอินโดนีเซียจะจัดการประชุมหารือร่วมกับประชาชนที่ประสบภัยในจังหวัดอาเจห์ทั้งหมดเพื่อรับทราบความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในเรื่องความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และได้แจ้งนายShihab ว่าหากผลการประชุมในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไรก็ขอให้ประสานกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอินโดนีเซีย และเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เพื่อที่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยในบางกรณีอาจจะประสานประเทศที่สามในการเป็นหุ้นส่วนให้ความช่วยเหลือ และในบางกรณีอาจจะต้องร่วมกับองค์การสหประชาชาติในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในเรื่องขององค์การสหประชาชาติเองนั้นรัฐบาลไทยได้ให้ความเห็นชอบให้สำนักงานว่าด้วยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติเข้ามาตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยแล้วโดยจะเริ่มปฏิบัติงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ซึ่งสำนักงานนี้จะครอบคลุมการปฏิบัติงานในประเทศอินโดนีเซียด้วย
จากนั้นดร.สุรเกียรติ์ ได้พบหารือกับนาย Joel Boutroue ผู้ช่วยผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติประจำสุมาตรา นาย Boutroue ได้ขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาช่วยเหลือด้านการศึกษาของอินโดนีเซียโดยเฉพาะโรงเรียนที่ถูกทำลายกว่า 600 แห่ง รวมทั้งหลักสูตรการฝึกอบรมฝึกอาชีพให้ความรู้ต่าง ๆ ซึ่งไทยมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดีซึ่งฝ่ายไทยจะพิจารณาและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้เห็นว่าการฝึกอบรมระยะสั้นไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมด้านการเกษตร ด้านหัตถกรรม เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในการส่งเสริมเรื่องหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ฝ่ายไทยเห็นว่าหลังจากที่ประเทศต่าง ๆ ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยแล้วหากประชาชนมีงานทำมีอาชีพสภาพจิตใจก็จะดีขึ้น ต่อข้อซักถามที่ว่ามีกำหนดการเดินทางไปให้ความช่วยเหลือประเทศอื่นที่ประสบภัยธรณีพิบัติในประเทศอื่นด้วยหรือไม่ ดร. สุรเกียรติ์ กล่าวว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เดินทางไปเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือประเทศศรีลังกาด้วย โดยจะถือหลักในการให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่ประเทศไทยมีศักยภาพและในสิ่งที่ประเทศนั้นต้องการ โดยขณะนี้กำลังประสานข้อมูลด้านความต้องการของศรีลังกา และมีกำหนดการที่จะเดินทางไปไปเยือนศรีลังกาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่สนามบินก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนจังหวัดอาเจห์ของอินโดนีเซีย มีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้
ดร. สุรเกียรติ์ กล่าวว่าเดินทางเยือนจังหวัดอาเจห์ของอินโดนีเซียครั้งนี้ในฐานะตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและเพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียที่ประสบความเดือดร้อนในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีโอกาสพบและสอบถามความต้องการจากผู้แทนอินโดนีเซียที่เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยความร่วมมือในภูมิภาคเกี่ยวกับการจัดการเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าในกรณีคลื่นยักษ์ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเดือนมกราคม 2548 ซึ่งผู้แทนอินโดนีเซียได้แจ้งว่าต้องการได้รับความช่วยเหลือในกระบวนการฟื้นฟูวิถีชีวิตและฝึกอาชีพต่าง ๆ อย่างไรก็ตามในขณะนี้อินโดนีเซียต้องการความช่วยเหลือเรื่องน้ำดื่มที่สะอาด ผ้าห่ม และเสื้อผ้า ในการนี้ ดร. สุรเกียรติ์ ได้มอบสิ่งของต่าง ๆ ให้แก่นาย Alwi Shihab รัฐมนตรีประสานความร่วมมือด้านสวัสดิการสังคมของอินโดนีเซียซึ่งรับผิดชอบการประสานความช่วยเหลือจากต่างประเทศในจังหวัดอาเจห์
ในการเดินทางเยือนจังหวัดอาเจห์ครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาทิ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รองอธิบดีกรมประมง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ซึ่งดูแลด้านความช่วยเหลือทางวิชาการ เพื่อหารือกับฝ่ายอินโดนีเซียเพื่อรับทราบความต้องการต่าง ๆ เช่น การฟื้นฟูอาชีพ การประมงหรือการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ประสบความเสียหาย ซึ่งฝ่ายไทยสามารถที่จะถ่ายทอดประสบการณ์และการจัดการฝึกอบรมด้านวิชาการต่าง ๆ ให้ รวมทั้งการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงออกซึ่งความพร้อมของไทยที่จะให้ความร่วมมือกับฝ่ายอินโดนีเซียในมาตรการฟื้นฟูระยะกลางและระยะยาวเพื่อให้ชาวอินโดนีเซียสามารถมีอาชีพและพึ่งพาตัวเองได้
ทั้งนี้ จากการหารือกับนาย Alwi Shihab ทราบว่าในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 ฝ่ายอินโดนีเซียจะจัดการประชุมหารือร่วมกับประชาชนที่ประสบภัยในจังหวัดอาเจห์ทั้งหมดเพื่อรับทราบความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในเรื่องความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และได้แจ้งนายShihab ว่าหากผลการประชุมในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไรก็ขอให้ประสานกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอินโดนีเซีย และเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เพื่อที่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยในบางกรณีอาจจะประสานประเทศที่สามในการเป็นหุ้นส่วนให้ความช่วยเหลือ และในบางกรณีอาจจะต้องร่วมกับองค์การสหประชาชาติในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในเรื่องขององค์การสหประชาชาติเองนั้นรัฐบาลไทยได้ให้ความเห็นชอบให้สำนักงานว่าด้วยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติเข้ามาตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยแล้วโดยจะเริ่มปฏิบัติงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ซึ่งสำนักงานนี้จะครอบคลุมการปฏิบัติงานในประเทศอินโดนีเซียด้วย
จากนั้นดร.สุรเกียรติ์ ได้พบหารือกับนาย Joel Boutroue ผู้ช่วยผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติประจำสุมาตรา นาย Boutroue ได้ขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาช่วยเหลือด้านการศึกษาของอินโดนีเซียโดยเฉพาะโรงเรียนที่ถูกทำลายกว่า 600 แห่ง รวมทั้งหลักสูตรการฝึกอบรมฝึกอาชีพให้ความรู้ต่าง ๆ ซึ่งไทยมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดีซึ่งฝ่ายไทยจะพิจารณาและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้เห็นว่าการฝึกอบรมระยะสั้นไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมด้านการเกษตร ด้านหัตถกรรม เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในการส่งเสริมเรื่องหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ฝ่ายไทยเห็นว่าหลังจากที่ประเทศต่าง ๆ ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยแล้วหากประชาชนมีงานทำมีอาชีพสภาพจิตใจก็จะดีขึ้น ต่อข้อซักถามที่ว่ามีกำหนดการเดินทางไปให้ความช่วยเหลือประเทศอื่นที่ประสบภัยธรณีพิบัติในประเทศอื่นด้วยหรือไม่ ดร. สุรเกียรติ์ กล่าวว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เดินทางไปเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือประเทศศรีลังกาด้วย โดยจะถือหลักในการให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่ประเทศไทยมีศักยภาพและในสิ่งที่ประเทศนั้นต้องการ โดยขณะนี้กำลังประสานข้อมูลด้านความต้องการของศรีลังกา และมีกำหนดการที่จะเดินทางไปไปเยือนศรีลังกาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--
-พห-