เวลา 14.00 น.วันนี้ (16 ส.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ
พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าความคืบหน้า การจัดตั้ง “สมัชชาประชาชน”อย่างเป็นทางการว่า
แนวคิดและหลักการ “สมัชชาประชาชน”
ตามนัยแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีเจตนารมณ์ที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเมืองใน
ทุกขั้นตอน เพื่อการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มั่นคงยั่งยืน เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงสำหรับ
ประชาชน
พรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาเห็นว่า พรรคดำรงฐานะเป็นพรรคการเมือง ของประชาชนอย่างแท้จริง
มาตลอดเวลาร่วม 60 ปี โดยให้มีสมาชิกพรรค และจัดตั้งสาขาพรรคกระจายทั่วทุกภูมิภาค โดยที่สาขาพรรค
แต่ละสาขา ประชาชนผู้เป็นสมาชิกพรรค เป็นผู้กำกับควบคุมดูแลการดำเนินกิจกรรม นับตั้งแต่การลงคะแนนเสียง
เลือกตั้ง ประธานสาขาพรรคและกรรมการบริหารสาขาพรรค ไปจนถึงการกำหนดประเภทของกิจกรรมทาง
การเมืองที่จะดำเนินการโดยสาขาพรรค การอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจโดยสาขาพรรค การอบรมเผยแพร่
ความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบอบประชาธิปไตย การเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ ฯลฯ
นอกจากนั้นประธานสาขาพรรค ในฐานะตัวแทนประชาชนผู้เป็นสมาชิก เป็นผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง
เลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงการกำกับตรวจสอบ การทำงานของพรรค
ฐานะการเงินของพรรค ทั้งการได้มาและการใช้จ่าย ฯลฯ
แม้ว่าการดำเนินงานของพรรคจะเป็นไปตามวิถีทางแห่งระบอบประชาธิปไตย อย่างเคร่งครัดตาม
ที่กล่าวมานี้ แต่คณะกรรมการบริหารพรรคยุคปัจจุบัน ยังพิจารณาเห็นว่า พรรคยังสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็น
พรรคการเมืองของประชาชนที่สมบูรณ์แบบกว่าที่แล้วมาได้
ประกอบกับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต้องการส่งเสริมการเมืองภาคประชาชนให้เกิดขึ้น
จริง พรรคประชาธิปัตย์จึงได้จัดตั้ง “สมัชชาประชาชน” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่าง
เป็นรูปธรรมชัดเจน
เป้าหมาย ของสมัชชา คือ การระดมความคิดของประชาชนจากทุกสาขาอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย จาก
ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ กำหนดอนาคตของประเทศชาติ
วิธีการ พรรคประชาธิปัตย์เปิดรับสมัครบุคคลผู้สนใจเข้าร่วมประชุมสมัชชา โดยพี่น้องประชาชนผู้สนใจ
สมัครเข้าร่วมประชุมสมัชชาได้โดยตรงที่สำนักเลขาธิการพรรค ซึ่งทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการสมัชชาโดยปริยาย
นอกจากนั้นประชาชนที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด สามารถแสดงความจำนง ที่จะเข้าร่วมประชุมสมัชชา ผ่าน ส.ส.
ผ่าน สาขาพรรค ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสมัชชา กระจายออกไปตามสาขาอาชีพต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่เหมาะสม “คณะ
กรรมการสรรหา” ก็จะติดต่อเชิญบุคคลที่เห็นสมควร เข้ามาร่วมประชุมสมัชชาให้ได้ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้โดย
ครบถ้วนอีกทางหนึ่ง
จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมสมัชชา ทั้งหมดรวมประมาณ 3000 คน ในจำนวนนี้เป็น ส.ส. กรรมการ
บริหารพรรค และสมาชิกพรรค ประมาณ 300 คน อีก 2,700 คน เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค
ประชาธิปัตย์ แต่เป็นผู้มีความสนใจ มีความตั้งใจที่จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศไทย กำหนด
เป้าหมาย ทิศทางการพัฒนาประเทศ
ผลที่จะได้รับจากสมัชชา คณะทำงานด้านวิชาการของพรรค จะทำการประมวลผล การระดมความคิด
เห็นของประชาชนจากสมัชชา จัดทำเป็นนโยบายพรรค ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นนโยบายพรรคการเมืองที่กำหนดโดย
ประชาชน เป็นครั้งแรกของประเทศไทย
กำหนดการจัดสมัชชาประชาชน
การประชุมสมัชชาประชาชน ครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 8-9 ตุลาคม 2548 ณ ศูนย์ประชุม อิมแพค
(ฮอลล์ 9) เมืองทองธานี จากนั้นจะจัดประชุมสมัชชา เช่นนี้ในทุกจังหวัดตลอดเวลา 12 เดือน นับจากสมัชชา
ใหญ่ แล้วกลับมาประชุมสมัชชาใหญ่อีกครั้งในเดือนตุลาคม ปี 2549 หมุนเวียนอย่างนี้เป็นเวลา 4 ปี
สัดส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม สมัชชาประชาชน
ลำดับ กลุ่มบุคคลเข้าร่วมประชุมสมัชชา สัดส่วน
1 เยาวชน 350
2 ผู้นำสตรี 350
3 นักธุรกิจ, พ่อค้า 350
4 เกษตรกร 350
5 ข้าราชการ 200
6 ผู้นำชุมชน, ผู้บริหาร/ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 100
7 ผู้แทนผู้ใช้แรงงาน, ลูกจ้าง 100
8 ครูประถม, ครูมัธยม, อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักวิจัยอิสระ, นักวิชาการ 200
9 ผู้นำสหกรณ์/ สมาคม 100
10 ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชน,องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) 100
11 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (แพทย์, พยาบาล, วิศวกรฯ) 250
12 สื่อมวลชน 50
13 คนไทยจากชุมชนคนไทยในต่างแดน 50
14 กรรมการสรรหา 200
รวม 2,750
รายงานสภาพสถานะผู้สมัครเข้าร่วมประชุม ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2548
ประเภท จำนวนที่สมัครมาแล้ว บันทึกข้อมูลแล้ว ยังไม่ได้บันทึกข้อมูล เอกสารมีปัญหา
ผ่าน ส.ส.ประธานสาขา 400 เขต 1,832 1,022 106 704
สมัครด้วยตัวเอง 550 515 35 52
รวม 2,382 1,537 141 756
หมายเหตุ : จำนวนใบสมัครที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนและเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น 366 คน
ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 16 ส.ค. 2548--จบ--
พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าความคืบหน้า การจัดตั้ง “สมัชชาประชาชน”อย่างเป็นทางการว่า
แนวคิดและหลักการ “สมัชชาประชาชน”
ตามนัยแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีเจตนารมณ์ที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเมืองใน
ทุกขั้นตอน เพื่อการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มั่นคงยั่งยืน เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงสำหรับ
ประชาชน
พรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาเห็นว่า พรรคดำรงฐานะเป็นพรรคการเมือง ของประชาชนอย่างแท้จริง
มาตลอดเวลาร่วม 60 ปี โดยให้มีสมาชิกพรรค และจัดตั้งสาขาพรรคกระจายทั่วทุกภูมิภาค โดยที่สาขาพรรค
แต่ละสาขา ประชาชนผู้เป็นสมาชิกพรรค เป็นผู้กำกับควบคุมดูแลการดำเนินกิจกรรม นับตั้งแต่การลงคะแนนเสียง
เลือกตั้ง ประธานสาขาพรรคและกรรมการบริหารสาขาพรรค ไปจนถึงการกำหนดประเภทของกิจกรรมทาง
การเมืองที่จะดำเนินการโดยสาขาพรรค การอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจโดยสาขาพรรค การอบรมเผยแพร่
ความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบอบประชาธิปไตย การเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ ฯลฯ
นอกจากนั้นประธานสาขาพรรค ในฐานะตัวแทนประชาชนผู้เป็นสมาชิก เป็นผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง
เลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงการกำกับตรวจสอบ การทำงานของพรรค
ฐานะการเงินของพรรค ทั้งการได้มาและการใช้จ่าย ฯลฯ
แม้ว่าการดำเนินงานของพรรคจะเป็นไปตามวิถีทางแห่งระบอบประชาธิปไตย อย่างเคร่งครัดตาม
ที่กล่าวมานี้ แต่คณะกรรมการบริหารพรรคยุคปัจจุบัน ยังพิจารณาเห็นว่า พรรคยังสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็น
พรรคการเมืองของประชาชนที่สมบูรณ์แบบกว่าที่แล้วมาได้
ประกอบกับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต้องการส่งเสริมการเมืองภาคประชาชนให้เกิดขึ้น
จริง พรรคประชาธิปัตย์จึงได้จัดตั้ง “สมัชชาประชาชน” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่าง
เป็นรูปธรรมชัดเจน
เป้าหมาย ของสมัชชา คือ การระดมความคิดของประชาชนจากทุกสาขาอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย จาก
ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ กำหนดอนาคตของประเทศชาติ
วิธีการ พรรคประชาธิปัตย์เปิดรับสมัครบุคคลผู้สนใจเข้าร่วมประชุมสมัชชา โดยพี่น้องประชาชนผู้สนใจ
สมัครเข้าร่วมประชุมสมัชชาได้โดยตรงที่สำนักเลขาธิการพรรค ซึ่งทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการสมัชชาโดยปริยาย
นอกจากนั้นประชาชนที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด สามารถแสดงความจำนง ที่จะเข้าร่วมประชุมสมัชชา ผ่าน ส.ส.
ผ่าน สาขาพรรค ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสมัชชา กระจายออกไปตามสาขาอาชีพต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่เหมาะสม “คณะ
กรรมการสรรหา” ก็จะติดต่อเชิญบุคคลที่เห็นสมควร เข้ามาร่วมประชุมสมัชชาให้ได้ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้โดย
ครบถ้วนอีกทางหนึ่ง
จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมสมัชชา ทั้งหมดรวมประมาณ 3000 คน ในจำนวนนี้เป็น ส.ส. กรรมการ
บริหารพรรค และสมาชิกพรรค ประมาณ 300 คน อีก 2,700 คน เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค
ประชาธิปัตย์ แต่เป็นผู้มีความสนใจ มีความตั้งใจที่จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศไทย กำหนด
เป้าหมาย ทิศทางการพัฒนาประเทศ
ผลที่จะได้รับจากสมัชชา คณะทำงานด้านวิชาการของพรรค จะทำการประมวลผล การระดมความคิด
เห็นของประชาชนจากสมัชชา จัดทำเป็นนโยบายพรรค ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นนโยบายพรรคการเมืองที่กำหนดโดย
ประชาชน เป็นครั้งแรกของประเทศไทย
กำหนดการจัดสมัชชาประชาชน
การประชุมสมัชชาประชาชน ครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 8-9 ตุลาคม 2548 ณ ศูนย์ประชุม อิมแพค
(ฮอลล์ 9) เมืองทองธานี จากนั้นจะจัดประชุมสมัชชา เช่นนี้ในทุกจังหวัดตลอดเวลา 12 เดือน นับจากสมัชชา
ใหญ่ แล้วกลับมาประชุมสมัชชาใหญ่อีกครั้งในเดือนตุลาคม ปี 2549 หมุนเวียนอย่างนี้เป็นเวลา 4 ปี
สัดส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม สมัชชาประชาชน
ลำดับ กลุ่มบุคคลเข้าร่วมประชุมสมัชชา สัดส่วน
1 เยาวชน 350
2 ผู้นำสตรี 350
3 นักธุรกิจ, พ่อค้า 350
4 เกษตรกร 350
5 ข้าราชการ 200
6 ผู้นำชุมชน, ผู้บริหาร/ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 100
7 ผู้แทนผู้ใช้แรงงาน, ลูกจ้าง 100
8 ครูประถม, ครูมัธยม, อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักวิจัยอิสระ, นักวิชาการ 200
9 ผู้นำสหกรณ์/ สมาคม 100
10 ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชน,องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) 100
11 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (แพทย์, พยาบาล, วิศวกรฯ) 250
12 สื่อมวลชน 50
13 คนไทยจากชุมชนคนไทยในต่างแดน 50
14 กรรมการสรรหา 200
รวม 2,750
รายงานสภาพสถานะผู้สมัครเข้าร่วมประชุม ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2548
ประเภท จำนวนที่สมัครมาแล้ว บันทึกข้อมูลแล้ว ยังไม่ได้บันทึกข้อมูล เอกสารมีปัญหา
ผ่าน ส.ส.ประธานสาขา 400 เขต 1,832 1,022 106 704
สมัครด้วยตัวเอง 550 515 35 52
รวม 2,382 1,537 141 756
หมายเหตุ : จำนวนใบสมัครที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนและเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น 366 คน
ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 16 ส.ค. 2548--จบ--