แท็ก
ประธานสภา
สรุปการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
วันพุธที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๐
-----------------------------
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๘/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๐ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุม เมื่อสมาชิกมาครบองค์ประชุม ประธานดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ การประชุมดังนี้
๑. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๑.๑ รับทราบอนุสัญญาและข้อแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่
๙๒—๙๔
๑.๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการ
ฟอกเงิน ประจำปี ๒๕๔๗—๒๕๔๘ (ตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒)
๑.๓ ได้รับหนังสือจาก นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
แจ้งว่า ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงขอลาออกจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๐
เป็นต้นไป
ที่ประชุมรับทราบ
๒. รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
เรื่องด่วน
๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
พ.ศ. …. (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ)
๒. ร่างพระราชบัญญัติขจัดความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ….
(นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ประธานฯ หารือที่ประชุมให้พิจารณาทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัติไปพร้อมกัน เพื่อ
ประโยชน์ในการพิจารณา
ที่ประชุมเห็นชอบ
นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แถลงถึง หลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ
ให้มีกฎหมายว่าด้วย การขจัดความรุนแรงในครอบครัว
เหตุผล
เนื่องจากปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อนเกี่ยวพันกับบุคคลใกล้ชิด มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการทำร้ายร่างกายระหว่างบุคคล โดยทั่วไปการใช้มาตรการทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาบังคับการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมักจะขาดความยืดหยุ่น เนื่องจากมุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดมากกว่าจะ แก้ไขฟื้นฟูหรือปกป้องคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ดังนั้น การมีกฎหมายขจัดความรุนแรง ในครอบครัวจึงมีความเหมาะสมกว่ากระบวนการทางอาญาปกติ เพราะสามารถกำหนดรูปแบบวิธีการและขั้นตอนที่มีลักษณะพิเศษกว่าการดำเนินคดีอาญาโดยทั่วไป เพื่อคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความ รุนแรง ทั้งให้ผู้กระทำผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวไว้ได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สมาชิกฯ อภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ เพราะถือเป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสังคมที่เป็นหน่วยที่เล็กที่สุด
ที่ประชุมฯ มีมติรับหลักการพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนน ๑๐๗ ต่อ ๗ และที่ประชุมฯ มีมติรับ หลักการในร่างพระราชบัญญัติขจัดความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ที่นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา เป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนน ๙๗ ต่อ ๑๔
ในการนี้ ที่ประชุมฯ ให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก
คณะรัฐมนตรีเสนอให้กรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้พิจารณาในวาระที่ ๒ กำหนดการแปรญัตติ ๗ วัน ตามข้อบังคับ
ประธานฯ ฝากข้อสังเกตถึง กรรมาธิการฯ ว่า การแก้ไขพระราชบัญญัติอย่าให้ครอบคลุมถึงการลงโทษระหว่างบิดา มารดา กับบุตร ที่เป็นประเพณี และเป็นการสะเทือนต่อจิตใจรวมทั้ง ขอให้แยกแยะ กรณีที่ผิดต่อกฎหมายอาญา ที่ยอมความไม่ได้กับกฎหมายในร่างพระราชบัญญัตินี้ ที่ยอมความกันได้
๓. ร่างพระราชบัญญัติปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ. ….
(นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) (เรื่องตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ และ ๓ เป็น
ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ และส่งกลับคืนมาภายในกำหนด
เวลาตามข้อบังคับฯ ข้อ ๑๑๑)
ประธานฯ ฝากข้อสังเกตว่า กฎหมายฉบับนี้มีบทบัญญัติที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่หลายฉบับจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะจัดทำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแต่อย่างใด
นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงขอถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกไปก่อน
ที่ประชุมเห็นชอบ
๓. กระทู้ถาม
๓.๑ กระทู้ถามสด ๒ เรื่อง
กระทู้ถามสด เรื่อง กรณีการดำเนินการการให้เช่าพื้นที่ของการรถไฟบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน (ปากทางลาดพร้าวในปัจจุบัน พื้นที่ ๔๗.๒๒ ไร่ หรือ๗๕,๕๕๘.๕๖ ตารางเมตร) ของพลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ซึ่ง นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมาย ให้ตอบกระทู้ดังกล่าวว่า ที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้อนุญาตให้บริษัทเซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด เช่าเพื่อดำเนินการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์ ก่อสร้างอาคารสำนักงาน อาคารศูนย์การค้า โรงแรม อาคารที่จอดรถ ตามสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๒๑ โดยมีอายุสัญญาเช่า ๓๐ ปี เมื่อหมดอายุสัญญาแล้ว อาคารสำนักงาน สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์สำนักงานและส่วนควบต่าง ๆ ที่ใช้ในกิจการของโครงการที่เช่า จะตกเป็นกรรมาสิทธิ์ของ ร.ฟ.ท. ทั้งสิ้น และ ร.ฟ.ท. จะให้เช่าต่อได้อีกครั้งจะไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ในอัตรา ค่าเช่าที่แล้วแต่จะตกลงกัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเลือกรายเดิมหรือเปิดให้รายใหม่เข้าร่วมประมูลจึงได้มีการหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดและคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากเห็นว่าหากไม่เชิญชวนรายใหม่ให้เข้ามาประมูลจะเกิดความเสียหายหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างรอคำตอบจากทั้ง ๒ หน่วยงานอยู่ และกระทรวงคมนาคมจะได้ติดตามต่อไป เพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการให้ได้ประโยชน์สูงสุด
กระทู้ถามสด เรื่อง กรณีปัญหาโครงการวางท่อก๊าซจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ไปใช้สำหรับโรงไฟฟ้าสงขลา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ของ
นางเตือนใจ ดีเทศน์ ถามนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีขอเลื่อนไปก่อน
ที่ประชุมเห็นชอบ
๓.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๓.๒.๑ กระทู้ถาม เรื่อง ที่ราชพัสดุ แปลง ภก. บ้านบางเทา ของ
นายวินัย สะมะอุน ถามนายกรัฐมนตรี
ซึ่ง นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๓ กระทรวงเกษตราธิการ ได้ซื้อที่ดิน ๒๐๒ แปลง บ้านบางเทา โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๔๖๑ และในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ขายที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพคืนให้แก่ราษฎร ผู้ถือสิทธิเดิมหรือให้เช่าสำหรับผู้ที่บุกรุกภายหลัง กรมธนารักษ์ สามารถเข้าสำรวจพื้นที่ เพื่อรังวัดขอบเขตเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งผู้ถือสิทธิเดิมได้ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว
ดังนั้น กระทรวงการคลังได้ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๒๙ และมีมติเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ให้แบ่งกลุ่มผู้ซื้อเป็น ๓ กลุ่ม ดังนี้คือ
๑. ขายที่ดินให้กับผู้ถือสิทธิเดิมหรือทายาท โดยกำหนดราคาขายจากราคาบังคับซื้อบวกดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐
๒. ขายที่ดินให้กับผู้ถือครองที่ดินเกิน ๓๐ ปี หรือทายาท โดยกำหนดราคาขายจากราคาประเมินที่ดินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนนิติกรรมในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ในราคาอัตราตารางวาละ ๕๐—๒๐๐ บาท บวกอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
๓. ให้เช่าสำหรับผู้ถือครองที่ดินไม่ถึง ๓๐ ปี ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ซึ่งกรมธนารักษ์ได้พิจารณาตามมติคณะรัฐมนตรีและได้ขายให้กับผู้ถือสิทธิ กลุ่มที่ ๑ จำนวน ๓๒๙ ราย จำนวน ๑๗๑ ไร่ ๕๓.๗ ตารางวา ผู้ถือสิทธิ กลุ่มที่ ๒ จำนวน ๖๓๔ ราย จำนวน ๔๐๖ ไร่ ๒ งาน ๑๑ ตารางวา ผู้ถือสิทธิ กลุ่มที่ ๓ ให้เช่าจำนวน ๑๑ ราย จำนวน ๑๔ ไร่ ๘๗.๕ ตารางวา และให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางอีก ๗๑ แปลง จำนวน ๗๙ ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา
ขณะนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิซื้อคืน เพื่อให้ตรงกับสภาพการครอบครอง และหมายเลขโฉนดที่ดิน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๐ นี้
๓.๒.๒ กระทู้ถาม เรื่อง การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมสถานเริงรมย์และสถานบันเทิงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ของนายแวมาฮาดี แวดาโอะ
ถามนายกรัฐมนตรี (เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๓.๒.๑ และ ๓.๒.๒ เป็นเรื่องที่ค้างมาจากการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๗/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐)
ซึ่ง นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวว่า กฎหมายที่ใช้บังคับกับสถานบันเทิง คือ พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่ เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการและมีบท ยกเว้นให้สถานบริการที่ได้รับอนุญาตก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับให้เปิดบริการได้ ทั้งยังมีสถานบริการที่ตั้งในโรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยการโรงแรม ดังนั้น จึงเป็นผลให้มีสถานบริการทั่วประเทศจำนวน ๕,๖๙๘ แห่ง ซึ่งในกรุงเทพมีจำนวน ๙๔๖ แห่ง ภูมิภาคอีก ๔,๗๕๒ แห่ง
รัฐบาลมีมาตรการดูแลและตรวจตราในส่วนที่เกี่ยวกับสถานบริการ สถานเริงรมย์ โดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งให้นายอำเภอทุกอำเภอ ปลัดอำเภอทุกกิ่งอำเภอ จัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างส่วนราชการและสถานบริการให้ทราบถึงข้อกำหนดกฎหมาย แนวนโยบายในการจัดระเบียบสังคม หากมีการฝ่าฝืนต้องได้รับการลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง นอกจากนี้ยังผนึกกำลัง ข้าราชการที่เกี่ยวข้องให้ออกตรวจตราสถานบริการเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ ๔ ครั้ง
สำหรับพื้นที่ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดนราธิวาส นอกจากจะให้จังหวัดถือปฏิบัติตามการจัดระเบียบสังคมแล้วยัง
๑. ให้นำกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ เช่น การจำหน่ายสุรา การใช้
แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย การป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีเป็นต้น
๒. ให้ตั้งจุดตรวจอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายในจุดที่ล่อแหลม ที่น่าจะเกิด
อันตราย เช่น บริเวณที่ชุมนุมชน สถานบริการ ตลาดสดที่มีประชาชนทั่วไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก
๓. ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการสถานบริการ ประชาชนให้เฝ้าระวังและ
สังเกตบุคคลหรือกลุ่มบุคคล หากพบสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัยให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ทันที
๔. เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยและลดอบายมุข ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ
หรืออนุญาตตั้งสถานบริการพิจารณาให้รอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ
๕. ให้เจ้าหน้าที่ที่ตรวจตราและกวดขัน พึงระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อสุจริตชน
๖. ให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจถึงมาตราการ กฎหมาย
นโยบายป้องกันความไม่สงบดังกล่าว
๓.๒.๓ กระทู้ถาม เรื่อง การใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ ของ
นางสุนันทา สมบุญธรรม ถามนายกรัฐมนตรี
ซึ่ง นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับ
มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ดูแลเรื่องการจราจรโดยตรงเสนอร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (กำหนดห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารใด ในขณะที่รถเคลื่อนที่) ต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ เมษายน แต่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ สตช. กลับไปทบทวนใหม่ เพราะร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าวมีถ้อยคำที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการใช้โทรศัพท์มากเกินไป และในทางปฏิบัติอาจบังคับใช้ได้ยาก ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อยากทำให้รอบคอบ รัดกุม ชัดเจนยิ่งขึ้น และให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด
๔. เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สิทธิประโยชน์ของกำลังพลในกองทัพไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาสิทธิประโยชน์ของกำลังพลในกองทัพไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว (เป็นเรื่องที่ค้างมาจากการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่
๑๗/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐)
สมาชิกฯ ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นชอบด้วยกับผลการพิจารณาศึกษาฯ เพราะเป็นการสนับสนุนขวัญและกำลังใจบุคลากรทหาร และที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบที่ให้นำผลการพิจารณาศึกษา ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เสนอต่อรัฐบาลด้วยคะแนน ๑๐๑ คะแนน
๔.๒ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระ สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว
พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อภิปรายถึงการพิจารณาว่า แบ่งการศึกษาองค์กรอิสระทั้งหมด ๗ ส่วน ประกอบด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ทั้งนี้การศึกษาแต่ละส่วนประกอบด้วย ๕ ประเด็น คือความสำคัญ และความจำเป็นที่ต้อง มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รูปแบบขององค์กร องค์ประกอบและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กร กระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ขององค์กร
สมาชิกฯ ส่วนใหญ่อภิปรายว่า ขณะนี้ มีคณะกรรมาธิการฯ หลายชุดของสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ อาทิ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ คณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมือง กำลังพิจารณาศึกษาประเด็นต่างๆ เพื่อเสนอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ นำไปประกอบการพิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นควรจะรวบรวมผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการทั้งหมดของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อส่งให้สภาร่างรัฐธรรมนูญในคราวเดียวกัน
ที่ประชุมได้มีมติไม่เห็นด้วยที่จะส่งผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ไปให้สภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยคะแนน ๖๐ คะแนน งดออกเสียง ๒ แต่ให้นำผลการศึกษาไปพิจารณาประกอบกับคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมืองในการสัมมนาระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๒ เมษายน ๒๕๕๐ ณ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
ประธานหารือที่ประชุมฯ ขอพิจารณาในวาระที่ ๗ ก่อน
ที่ประชุมเห็นชอบ
๗. เรื่องอื่น ๆ
- ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ติดตามและแก้ไขปัญหาสถานภาพของคนไทยในมาเลเซีย
กรรมาธิการฯ ขอต่อเวลาที่จะครบในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๐ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
ที่ประชุมเห็นชอบ
ประธานฯ ขอเลื่อนวาระอื่น ๆ ไปในการประชุมคราวต่อไป
ที่ประชุมเห็นชอบ
ปิดประชุมเวลา ๑๙.๑๐ นาฬิกา
----------------------------------------
วันพุธที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๐
-----------------------------
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๘/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๐ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุม เมื่อสมาชิกมาครบองค์ประชุม ประธานดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ การประชุมดังนี้
๑. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๑.๑ รับทราบอนุสัญญาและข้อแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่
๙๒—๙๔
๑.๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการ
ฟอกเงิน ประจำปี ๒๕๔๗—๒๕๔๘ (ตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒)
๑.๓ ได้รับหนังสือจาก นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
แจ้งว่า ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงขอลาออกจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๐
เป็นต้นไป
ที่ประชุมรับทราบ
๒. รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
เรื่องด่วน
๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
พ.ศ. …. (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ)
๒. ร่างพระราชบัญญัติขจัดความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ….
(นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ประธานฯ หารือที่ประชุมให้พิจารณาทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัติไปพร้อมกัน เพื่อ
ประโยชน์ในการพิจารณา
ที่ประชุมเห็นชอบ
นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แถลงถึง หลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ
ให้มีกฎหมายว่าด้วย การขจัดความรุนแรงในครอบครัว
เหตุผล
เนื่องจากปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อนเกี่ยวพันกับบุคคลใกล้ชิด มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการทำร้ายร่างกายระหว่างบุคคล โดยทั่วไปการใช้มาตรการทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาบังคับการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมักจะขาดความยืดหยุ่น เนื่องจากมุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดมากกว่าจะ แก้ไขฟื้นฟูหรือปกป้องคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ดังนั้น การมีกฎหมายขจัดความรุนแรง ในครอบครัวจึงมีความเหมาะสมกว่ากระบวนการทางอาญาปกติ เพราะสามารถกำหนดรูปแบบวิธีการและขั้นตอนที่มีลักษณะพิเศษกว่าการดำเนินคดีอาญาโดยทั่วไป เพื่อคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความ รุนแรง ทั้งให้ผู้กระทำผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวไว้ได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สมาชิกฯ อภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ เพราะถือเป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสังคมที่เป็นหน่วยที่เล็กที่สุด
ที่ประชุมฯ มีมติรับหลักการพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนน ๑๐๗ ต่อ ๗ และที่ประชุมฯ มีมติรับ หลักการในร่างพระราชบัญญัติขจัดความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ที่นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา เป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนน ๙๗ ต่อ ๑๔
ในการนี้ ที่ประชุมฯ ให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก
คณะรัฐมนตรีเสนอให้กรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้พิจารณาในวาระที่ ๒ กำหนดการแปรญัตติ ๗ วัน ตามข้อบังคับ
ประธานฯ ฝากข้อสังเกตถึง กรรมาธิการฯ ว่า การแก้ไขพระราชบัญญัติอย่าให้ครอบคลุมถึงการลงโทษระหว่างบิดา มารดา กับบุตร ที่เป็นประเพณี และเป็นการสะเทือนต่อจิตใจรวมทั้ง ขอให้แยกแยะ กรณีที่ผิดต่อกฎหมายอาญา ที่ยอมความไม่ได้กับกฎหมายในร่างพระราชบัญญัตินี้ ที่ยอมความกันได้
๓. ร่างพระราชบัญญัติปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ. ….
(นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) (เรื่องตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ และ ๓ เป็น
ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ และส่งกลับคืนมาภายในกำหนด
เวลาตามข้อบังคับฯ ข้อ ๑๑๑)
ประธานฯ ฝากข้อสังเกตว่า กฎหมายฉบับนี้มีบทบัญญัติที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่หลายฉบับจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะจัดทำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแต่อย่างใด
นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงขอถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกไปก่อน
ที่ประชุมเห็นชอบ
๓. กระทู้ถาม
๓.๑ กระทู้ถามสด ๒ เรื่อง
กระทู้ถามสด เรื่อง กรณีการดำเนินการการให้เช่าพื้นที่ของการรถไฟบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน (ปากทางลาดพร้าวในปัจจุบัน พื้นที่ ๔๗.๒๒ ไร่ หรือ๗๕,๕๕๘.๕๖ ตารางเมตร) ของพลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ซึ่ง นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมาย ให้ตอบกระทู้ดังกล่าวว่า ที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้อนุญาตให้บริษัทเซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด เช่าเพื่อดำเนินการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์ ก่อสร้างอาคารสำนักงาน อาคารศูนย์การค้า โรงแรม อาคารที่จอดรถ ตามสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๒๑ โดยมีอายุสัญญาเช่า ๓๐ ปี เมื่อหมดอายุสัญญาแล้ว อาคารสำนักงาน สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์สำนักงานและส่วนควบต่าง ๆ ที่ใช้ในกิจการของโครงการที่เช่า จะตกเป็นกรรมาสิทธิ์ของ ร.ฟ.ท. ทั้งสิ้น และ ร.ฟ.ท. จะให้เช่าต่อได้อีกครั้งจะไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ในอัตรา ค่าเช่าที่แล้วแต่จะตกลงกัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเลือกรายเดิมหรือเปิดให้รายใหม่เข้าร่วมประมูลจึงได้มีการหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดและคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากเห็นว่าหากไม่เชิญชวนรายใหม่ให้เข้ามาประมูลจะเกิดความเสียหายหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างรอคำตอบจากทั้ง ๒ หน่วยงานอยู่ และกระทรวงคมนาคมจะได้ติดตามต่อไป เพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการให้ได้ประโยชน์สูงสุด
กระทู้ถามสด เรื่อง กรณีปัญหาโครงการวางท่อก๊าซจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ไปใช้สำหรับโรงไฟฟ้าสงขลา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ของ
นางเตือนใจ ดีเทศน์ ถามนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีขอเลื่อนไปก่อน
ที่ประชุมเห็นชอบ
๓.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๓.๒.๑ กระทู้ถาม เรื่อง ที่ราชพัสดุ แปลง ภก. บ้านบางเทา ของ
นายวินัย สะมะอุน ถามนายกรัฐมนตรี
ซึ่ง นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๓ กระทรวงเกษตราธิการ ได้ซื้อที่ดิน ๒๐๒ แปลง บ้านบางเทา โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๔๖๑ และในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ขายที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพคืนให้แก่ราษฎร ผู้ถือสิทธิเดิมหรือให้เช่าสำหรับผู้ที่บุกรุกภายหลัง กรมธนารักษ์ สามารถเข้าสำรวจพื้นที่ เพื่อรังวัดขอบเขตเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งผู้ถือสิทธิเดิมได้ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว
ดังนั้น กระทรวงการคลังได้ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๒๙ และมีมติเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ให้แบ่งกลุ่มผู้ซื้อเป็น ๓ กลุ่ม ดังนี้คือ
๑. ขายที่ดินให้กับผู้ถือสิทธิเดิมหรือทายาท โดยกำหนดราคาขายจากราคาบังคับซื้อบวกดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐
๒. ขายที่ดินให้กับผู้ถือครองที่ดินเกิน ๓๐ ปี หรือทายาท โดยกำหนดราคาขายจากราคาประเมินที่ดินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนนิติกรรมในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ในราคาอัตราตารางวาละ ๕๐—๒๐๐ บาท บวกอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
๓. ให้เช่าสำหรับผู้ถือครองที่ดินไม่ถึง ๓๐ ปี ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ซึ่งกรมธนารักษ์ได้พิจารณาตามมติคณะรัฐมนตรีและได้ขายให้กับผู้ถือสิทธิ กลุ่มที่ ๑ จำนวน ๓๒๙ ราย จำนวน ๑๗๑ ไร่ ๕๓.๗ ตารางวา ผู้ถือสิทธิ กลุ่มที่ ๒ จำนวน ๖๓๔ ราย จำนวน ๔๐๖ ไร่ ๒ งาน ๑๑ ตารางวา ผู้ถือสิทธิ กลุ่มที่ ๓ ให้เช่าจำนวน ๑๑ ราย จำนวน ๑๔ ไร่ ๘๗.๕ ตารางวา และให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางอีก ๗๑ แปลง จำนวน ๗๙ ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา
ขณะนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิซื้อคืน เพื่อให้ตรงกับสภาพการครอบครอง และหมายเลขโฉนดที่ดิน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๐ นี้
๓.๒.๒ กระทู้ถาม เรื่อง การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมสถานเริงรมย์และสถานบันเทิงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ของนายแวมาฮาดี แวดาโอะ
ถามนายกรัฐมนตรี (เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๓.๒.๑ และ ๓.๒.๒ เป็นเรื่องที่ค้างมาจากการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๗/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐)
ซึ่ง นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวว่า กฎหมายที่ใช้บังคับกับสถานบันเทิง คือ พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่ เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการและมีบท ยกเว้นให้สถานบริการที่ได้รับอนุญาตก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับให้เปิดบริการได้ ทั้งยังมีสถานบริการที่ตั้งในโรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยการโรงแรม ดังนั้น จึงเป็นผลให้มีสถานบริการทั่วประเทศจำนวน ๕,๖๙๘ แห่ง ซึ่งในกรุงเทพมีจำนวน ๙๔๖ แห่ง ภูมิภาคอีก ๔,๗๕๒ แห่ง
รัฐบาลมีมาตรการดูแลและตรวจตราในส่วนที่เกี่ยวกับสถานบริการ สถานเริงรมย์ โดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งให้นายอำเภอทุกอำเภอ ปลัดอำเภอทุกกิ่งอำเภอ จัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างส่วนราชการและสถานบริการให้ทราบถึงข้อกำหนดกฎหมาย แนวนโยบายในการจัดระเบียบสังคม หากมีการฝ่าฝืนต้องได้รับการลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง นอกจากนี้ยังผนึกกำลัง ข้าราชการที่เกี่ยวข้องให้ออกตรวจตราสถานบริการเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ ๔ ครั้ง
สำหรับพื้นที่ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดนราธิวาส นอกจากจะให้จังหวัดถือปฏิบัติตามการจัดระเบียบสังคมแล้วยัง
๑. ให้นำกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ เช่น การจำหน่ายสุรา การใช้
แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย การป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีเป็นต้น
๒. ให้ตั้งจุดตรวจอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายในจุดที่ล่อแหลม ที่น่าจะเกิด
อันตราย เช่น บริเวณที่ชุมนุมชน สถานบริการ ตลาดสดที่มีประชาชนทั่วไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก
๓. ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการสถานบริการ ประชาชนให้เฝ้าระวังและ
สังเกตบุคคลหรือกลุ่มบุคคล หากพบสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัยให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ทันที
๔. เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยและลดอบายมุข ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ
หรืออนุญาตตั้งสถานบริการพิจารณาให้รอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ
๕. ให้เจ้าหน้าที่ที่ตรวจตราและกวดขัน พึงระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อสุจริตชน
๖. ให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจถึงมาตราการ กฎหมาย
นโยบายป้องกันความไม่สงบดังกล่าว
๓.๒.๓ กระทู้ถาม เรื่อง การใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ ของ
นางสุนันทา สมบุญธรรม ถามนายกรัฐมนตรี
ซึ่ง นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับ
มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ดูแลเรื่องการจราจรโดยตรงเสนอร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (กำหนดห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารใด ในขณะที่รถเคลื่อนที่) ต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ เมษายน แต่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ สตช. กลับไปทบทวนใหม่ เพราะร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าวมีถ้อยคำที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการใช้โทรศัพท์มากเกินไป และในทางปฏิบัติอาจบังคับใช้ได้ยาก ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อยากทำให้รอบคอบ รัดกุม ชัดเจนยิ่งขึ้น และให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด
๔. เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สิทธิประโยชน์ของกำลังพลในกองทัพไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาสิทธิประโยชน์ของกำลังพลในกองทัพไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว (เป็นเรื่องที่ค้างมาจากการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่
๑๗/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐)
สมาชิกฯ ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นชอบด้วยกับผลการพิจารณาศึกษาฯ เพราะเป็นการสนับสนุนขวัญและกำลังใจบุคลากรทหาร และที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบที่ให้นำผลการพิจารณาศึกษา ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เสนอต่อรัฐบาลด้วยคะแนน ๑๐๑ คะแนน
๔.๒ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระ สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว
พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อภิปรายถึงการพิจารณาว่า แบ่งการศึกษาองค์กรอิสระทั้งหมด ๗ ส่วน ประกอบด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ทั้งนี้การศึกษาแต่ละส่วนประกอบด้วย ๕ ประเด็น คือความสำคัญ และความจำเป็นที่ต้อง มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รูปแบบขององค์กร องค์ประกอบและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กร กระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ขององค์กร
สมาชิกฯ ส่วนใหญ่อภิปรายว่า ขณะนี้ มีคณะกรรมาธิการฯ หลายชุดของสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ อาทิ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ คณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมือง กำลังพิจารณาศึกษาประเด็นต่างๆ เพื่อเสนอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ นำไปประกอบการพิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นควรจะรวบรวมผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการทั้งหมดของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อส่งให้สภาร่างรัฐธรรมนูญในคราวเดียวกัน
ที่ประชุมได้มีมติไม่เห็นด้วยที่จะส่งผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ไปให้สภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยคะแนน ๖๐ คะแนน งดออกเสียง ๒ แต่ให้นำผลการศึกษาไปพิจารณาประกอบกับคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมืองในการสัมมนาระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๒ เมษายน ๒๕๕๐ ณ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
ประธานหารือที่ประชุมฯ ขอพิจารณาในวาระที่ ๗ ก่อน
ที่ประชุมเห็นชอบ
๗. เรื่องอื่น ๆ
- ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ติดตามและแก้ไขปัญหาสถานภาพของคนไทยในมาเลเซีย
กรรมาธิการฯ ขอต่อเวลาที่จะครบในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๐ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
ที่ประชุมเห็นชอบ
ประธานฯ ขอเลื่อนวาระอื่น ๆ ไปในการประชุมคราวต่อไป
ที่ประชุมเห็นชอบ
ปิดประชุมเวลา ๑๙.๑๐ นาฬิกา
----------------------------------------