ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่มีประกัน “บ. ดั๊บเบิ้ล เอ (1991)” ที่ระดับ “BBB” แนวโน้ม “Stable”

ข่าวทั่วไป Friday November 4, 2011 09:05 —ทริส เรตติ้ง

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงฐานะของบริษัทในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษชนิดเยื่อใยสั้นและกระดาษพิมพ์เขียนของไทย รวมถึงการมีโรงงานที่มีประสิทธิภาพและมีการผลิตที่ครบวงจร ตลอดจนตราสัญลักษณ์ที่แข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์กระดาษ “ดั๊บเบิ้ล เอ” อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และราคาที่ค่อนข้างผันผวนในอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษแม้บริษัทได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์บางประเภทจากสินค้าโภคภัณฑ์ให้เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังกังวลเกี่ยวกับธุรกรรมระหว่างบริษัทกับบริษัทที่เกี่ยวข้องบางรายการซึ่งอาจดำเนินอยู่ต่อไปจนกว่าการจัดโครงสร้างองค์กรจะแล้วเสร็จ ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถคงระดับภาระหนี้สินและรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แม้ว่าบริษัทยังอยู่ระหว่างดำเนินแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่ฐานะการเงินของบริษัทก็ไม่ควรจะถดถอยลงจากระดับปัจจุบันมากเกินไป นอกจากนี้ ยังคาดว่าเมื่อการปรับโครงสร้างธุรกิจเสร็จสมบูรณ์ บริษัทจะมีเพียงรายการระหว่างบริษัทและบริษัทที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นและสมเหตุสมผลเหลืออยู่เท่านั้น

ทริสเรทติ้งรายงานว่า ณ เดือนสิงหาคม 2554 บริษัทดั๊บเบิ้ล เอ (1991) มีนายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์และบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 93.5% โดยบริษัทได้ถอนการจดทะเบียนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2551 หลังจากที่นายโยธินสามารถซื้อหุ้นของบริษัทได้ในสัดส่วน 78.52% หลังจากนั้น ผู้บริหารก็ได้วางแผนปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทโดยวางแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาคในปี 2552 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยจึงส่งผลให้ต้องมีการเลื่อนแผนดังกล่าวออกไป ในปี 2552 บริษัทได้ขายโรงไฟฟ้า 3 แห่งให้แก่ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นบริษัทและบริษัทย่อยได้ซื้อหุ้นของบริษัทเนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลายในสัดส่วน 36.2% ในปี 2553 บริษัทได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตกระดาษโรงที่ 3 โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2555

ทริสเรทติ้งกล่าวว่า บริษัทดั๊บเบิ้ล เอ (1991) เป็นผู้นำในการผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษพิมพ์เขียนในประเทศไทยโดยเป็นเจ้าของโรงงานผลิตเยื่อกระดาษจำนวน 2 โรงซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 427,000 ตันต่อปี และมีเครื่องจักรผลิตกระดาษจำนวน 3 ชุดซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 473,000 ตันต่อปี เยื่อกระดาษที่ผลิตได้ประมาณ 70%-80% นั้นบริษัทนำมาใช้เพื่อการผลิตกระดาษ และส่วนที่เหลือส่งจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รายได้จากการขายกระดาษในครึ่งแรกของปี 2554 คิดเป็น 90.5% ของรายได้รวมของบริษัท ส่วนรายได้ที่เหลือมาจากการขายเยื่อกระดาษ บริษัทเป็นผู้ส่งออกเยื่อใยสั้นรายสำคัญในประเทศ โดยคิดเป็นจำนวนส่งออก 47,484 ตันในปี 2553 และ 29,637 ตันในครึ่งแรกของปี 2554 ปริมาณเยื่อกระดาษที่ส่งออกในครึ่งแรกของปี 2554 เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่มูลค่าที่ได้รับจากการขายเพิ่มขึ้นเพียง 46% เมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยราคาเยื่อกระดาษมีความผันผวนค่อนข้างมากตามลักษณะของสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป

ในส่วนของผลิตภัณฑ์กระดาษนั้น บริษัทเน้นที่กระดาษพิมพ์เขียนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ราคากระดาษพิมพ์เขียนโดยเฉพาะแบบแผ่นนั้นค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับราคาเยื่อกระดาษ ทำให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 รายได้จากการจำหน่ายกระดาษเพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการจำหน่ายเยื่อและกระดาษในครึ่งแรกของปี 2554 จะเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่อัตราการทำกำไรของบริษัทถือว่าอ่อนแอลง ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อเปิดตลาดใหม่ในทวีปอาฟริกาและยุโรปตะวันออกรวมถึงต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาจึงลดลงจาก 14.0% ในปี 2553 เหลือ 10.4% ในครึ่งแรกของปี 2554 อย่างไรตาม บริษัทได้เริ่มปลูกสวนป่าของตนเองและซื้อไม้โดยตรงจากผู้ปลูก ซึ่งน่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตของบริษัทได้ในระยะกลางถึงระยะยาวเนื่องจากต้นทุนการผลิตประกอบด้วยต้นทุนจากชิ้นไม้สับ (Wood Chip) ประมาณ 47% นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะลดสัดส่วนการใช้เยื่อใยยาวที่จะต้องนำเข้าและเปลี่ยนไปใช้เพียงเยื่อใยสั้นในการผลิตกระดาษด้วย

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2554 บริษัทมีหนี้จำนวน 14,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 13,754 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2553 โดยมีหนี้เงินกู้ระยะสั้นในสัดส่วนประมาณ 33% ของหนี้สินรวม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้การค้า ณ สิ้นปี 2553 อัตราส่วนหนี้สินต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 55.9% จาก 45.0% ณ สิ้นปี 2552 อัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้เนื่องมาจากการซื้อหุ้นของบริษัทคืนในสัดส่วน 14.64% ในเดือนมิถุนายน 2553 โดยซื้อคืนที่ราคา 39 บาทต่อหุ้นหรือคิดเป็นมูลค่า 3,040 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงในจำนวนที่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ส่วนของผู้ถือหุ้นปรับเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 เนื่องจากบริษัทมีการบันทึกส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของกลุ่มบริษัทประมาณ 3,200 ล้านบาทในส่วนของผู้ถือหุ้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทปรับตัวดีขึ้นที่ 50.4% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2554 อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาระหนี้สินจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากในช่วงปี 2554-2556 บริษัทมีการลงทุนในโครงการโรงงานผลิตกระดาษแห่งที่ 3 มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาทและก่อสร้างโรงงานผลิตกระดาษในประเทศบังกลาเทศมูลค่า 1,400 ล้านบาท — จบ

บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) (DA)
อันดับเครดิตองค์กร:	                            คงเดิมที่ BBB
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
AA136A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 5,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2556	คงเดิมที่ BBB
AA148A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2557	คงเดิมที่ BBB
แนวโน้มอันดับเครดิต:	                              Stable (คงที่)
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ rapee@tris.co.th  โทร. 0-2231-3011 ต่อ 500 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2554  ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยมิได้รับอนุญาต การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/ratinginformation/rating_criteria.html

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ